อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
พฤศจิกายน 15, 2019, 14:13:12 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อดี และ ข้อเสียของระบบทุนนิยม  (อ่าน 81608 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
จำมัยในไซเบอร์
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2008, 20:00:02 »

ข้อสุดท้าย

ถ้าเกิดแล้ว น่ากลัว และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจมาก คือ อาการที่เรียกว่า โรคกลัวเงินเฟ้อ หรือที่ชอบเรียกกันว่า เงินเฟ้อจากการคาดการณ์

เป็นอาการที่ทุกคนคิดว่าของจะแพง เมื่อทุกคนคิดเหมือนกัน ผู้บริโภคก็หันไปซื้อของเก็บไว้

ผลก็คือ ทำให้ของราคาแพงขึ้น และเกิดเงินเฟ้อตามมาจริงๆ

(ต้องไปถามแม่บ้าน อันนี้จะได้คำตอบทันที ว่าเราตุนของอะไรไว้บ้างเพราะกลัวของขึ้นราคา)



โห...อ่านแล้วดูน่ากลัวจังเลยครับ อาจารย์  เอ...  แล้วเพราะเหตุนี้หรือเปล่าครับที่ทำให้ประเทศไทยดินแดนแห่งการผลิตข้าว ที่ผลิตได้ แบบเหลือกินเหลือเก็บ ส่งขายแล้วยังเหลือข้าวในคลัง กลายเป็นประเทศที่ดูเหมือนจะขาดแคลนข้าวไปในบัดดลเพราะเหตุแค่มีกระแสข่าวขาดแคลนข่าวจากทั่วโลกมากระทบเท่านั้น....

มิน่าล่ะ ข้าวสารขายที่ใด หมดที่นั่น  ยิ่งที่ไหนลด  ที่นั่นจะหมดเร็วปานสายฟ้าแล่บ  ขนาดหลายๆ ที่ ให้ซื้อได้แค่ครอบครัวละ 2 ถุง 3 ถุง ยังมีการเดินวนไปซื้อหลายรอบ หลายช่องทาง  จนตุนไปเป็นคันรถอยู่ดี..... 

ขนาดที่ว่ากฎหมายพยายามกำหนดไม่ให้พ่อค้ากักตุน  ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะคนที่กักตุนไม่มีเพียงพ่อค้าเท่านั้น  แต่ทุกคนที่มีเงินล้วนกักตุนกันทั้งสิ้น (นี่ไม่นับพวกพ่อค้าที่หัวดื้อนะเนี่ย)  ผลกระทบก็เลยเป็นลูกโซ่ว่า ของออกมา ก็โดนกักตุนกันหมด ของก็ไม่พอขาย  คนไม่มีเงิน ที่ไม่มีโอกาสกักตุนสินค้า จึงต้องซื้อของแพง เพราะกฎของอุปสงค์ อุปทาน  (ก็ของออกมา โดนเอาไปกักตุนหมด ของไม่พอขายให้คนเอาไปกักตุน ของน้อยกว่าความต้องการของคน ของก็เลยแพง ใช่ไหมล่ะ)

นี่แสดงว่ากฏหมายในระบบทุนนิยม เป็นการแก้ไขปลายเหตุ  ไม่สามารถแก้ปัญหาของพวกนี้ได้ หากปัญหานี้เกิดขึ้นจริงๆ ดังตัวอย่างที่เราเห็นกันไปแล้ว  แต่ปัญหานี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลย หากระบบเศรษฐกิจแบบอิสลามถูกนำมาใช้ในประเทศไทย  ต่างคนก็จะไม่กักตุนสินค้า เห็นใจซึ่งกันและกัน เมื่อมีกำหนดอัตราการซื้อต่อครอบครัวเกิดขึ้น ก็จะไม่ซื้อเกินที่กำหนดไว้ เพราะเห็นแก่คนในระดับต่างๆ กัน ...... (ตรงนี้ถ้ามีผู้บริหารเศรษฐกิจในระบบอิสลามที่มีวิสัยทัศน์และมีกรรมวิธีประกอบด้วยจะทำให้การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปได้ง่ายขึ้น) 

แต่นั่น มีความหมายว่าอย่างไร .....  ถ้ามันเป็นอย่างที่นักเรียนอย่างผมคิดจริงๆ นะครับอาจารย์ แสดงว่าหากเราผู้บริโภค ยังซื้อสินค้าไปกักตุน โดยไม่คำนึงถึงคนที่ยากจนกว่าเรา  เราก็ทำไม่ถูกใช่ไหมครับเนี่ยะ   โห.... นี่ถ้าเกิดเราเป็นพ่อค้าแล้วกักตุนเพื่อเก็งกำไรด้วยล่ะก็  สงสัยเราจะยิ่งผิดหนักเลยนะครับเนี่ยะ  ใช่ไหมครับอาจารย์......

เอ..... แล้วจริงๆ มันเป็นอย่างที่นักเรียนอย่างผมคิดไหมครับ  วานท่านอาจารย์ และผู้รู้เกี่ยวกับกฎหมายและระบบเศรษฐกิจอิสลาม ช่วยชี้แนะเชิงวิชาการด้วยนะครับ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
จำมัยในไซเบอร์
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2008, 20:31:50 »


..... ไม่ว่าจะเป็นระบบทุนนิยม หรือระบบที่ผ่านมาในอดีต

ฐานะของมนุษย์ในสังคมถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนชั้น

คือ"ชนชั้นนายทุน"

กับ "ชนชั้นกรรมาชีพ "

ฝ่ายที่ครอบครองเครื่องมือและปัจจัยการผลิต เรียกว่า "ชนชั้นนายทุน"
 
......



จริงด้วยครับอาจารย์  แต่ผมสงสัยอยู่อย่างนึงนะครับว่า  ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้นะครับ คนชั้นกรรมาชีพ เช่น คนหาเช้ากินค่ำ  สามารถกลายเป็นชนชั้นนายทุนได้อย่างไม่ยากเย็น เพียงมีความเพียร และวิริยะอุตสาห (แต่ถ้ามนุษย์ได้รับรู้จริงๆ จะรู้ว่า เพราะความเมตตาของพระองค์อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่ทรงกำหนดไว้)   อันนี้ผมมีหลักฐานนะครับอาจารย์ ในมุมมองของมนุษย์ด้วยกันจะเห็นว่า คนจีนเสื่อผืนหมอนใบ สามารถเป็นเจ้าของเงินลงทุนได้ด้วยความเพียรของพวกเขา....  แต่ปัจจุบัน คนเพียร และหมั่นออม กลับทำไม่ได้อย่างนั้น ทั้งๆ ที่ ระบบปัจจุบันเป็นทุนเสรี หรือ ทุนนิยม  เพราะอะไร.....ผมว่ามันน่าแปลกนะครับ

แต่ถ้าจะให้ผมมองในมุมมองของนักเรียนอย่างผม  ผมกลับมองว่า เมื่อก่อนในระบบใครใคร่ค้าค้า นั้น ไม่ได้เป็นระบบทุนนิยมในรูปแบบของปัจจุบัน แต่ด้วยความเจริญของการคมนาคม การเปิดกว้างของการสื่อสารแบบเสรี ทำให้การค้าขายได้กระจายออกไปและกลายเป็นแหล่งผลประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับคนที่ตักตวงได้ก่อน  แต่แน่นอนว่า การตักตวงเหล่านี้ก็ติดขัดในบางจุดบางแห่ง....เพราะ ระบบการปกครองในถิ่นต่างๆ ไม่เอื้ออำนวยเท่าใดนัก....  แต่ด้วยความทะยานอยาก ที่อยากจะตักตวงให้ได้  ทำให้เกิดการใช้ช่องทางลัด ด้วยการติดสินบน ใช้ตัวเงิน และวิธีต่างๆ ที่ไม่จำกัดแนวทางมากขึ้น  จนในที่สุด ก็มีการผลักดันให้ทุกๆ ที่ต้องเปิดกว้างสำหรับการลงทุน และเป็นที่มาขอระบบทุนนิยม....  จริงๆ ขั้นตอนของมันเหล่านี้นั้น สามารถลำดับเหตุการณ์ได้จากประวัติศาสตร์  ผมคิดว่าอ่ะนะ  แต่ผมก็เป็นแค่นักเรียนเพ้อฝัน ก็เลยมองอย่างฐานะนักเรียนอย่างนี้แหละนะครับ

อีกอย่างนะครับ ถ้าจะให้ผมมองแบบใกล้ตัว ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ดูได้จากร้านโชว์ห่วย ที่บางคนต้องอดและออม ขยันและพากเพียร กว่าจะเปิดร้านขึ้นมาได้ กลับต้องปิดกิจการไปอย่างน่าเสียดาย เพราะเงินลงทุนของกิจการที่มากกว่า เข้ามาเกทับร้านโชว์ห่วยเหล่านั้น  การแข่งขันทางด้านราคาก่อให้เกิดการตัดราคา  ......  ดังนั้นถ้าผมจะบอกว่า คนมีทุนมากกว่าสามารถได้ต้นทุนที่ต่ำกว่า คงไม่ผิดไม่มากนัก  แต่ถ้าผมจะบอกต่อไปว่า การมีทุนมากกว่าทำให้ตลาดเสีย จะมีใครเชื่อผมไหม

การมีทุนมากกว่า ไม่ใช่การทำให้ตลาดเสียจริงๆ แต่จรรยาบรรณของคนขายต่างหาก ที่ผมกำลังจะพูดถึง  ผมกำลังหมายถึงมีการขายตัดราคากันเกิดขึ้นเพื่อให้ได้ผลกำไรที่มากกว่า เพราะเมื่อมีทุนมากกว่า ซื้อสินค้าได้ในราคาถูกกว่า ก็เน้นปริมาณในการขายมากกว่าราคาต่อหน่วยที่ขาย  โดยไม่สนใจว่าคนค้าขายอื่นๆ จะเป็นเช่นไร  ฟังดูอาจจะไม่ผิด  ฟังดูอาจจะทำให้ผู้บริโภคได้เปรียบเพราะได้ของที่ถูกกว่า  แต่มันจริงแล้วหรือ......

แล้วทำไมร้านค้าในสมัยก่อน อยู่ติดๆ กัน จึงค้าขายกันได้   ทำไมจึงมีการเชื้อเชิญให้ซื้อร้านอื่นบ้าง เพราะร้านตนขายได้เยอะแล้ว  การตัดราคาจะมีหรือไม่  แล้วถ้าไม่ตัดราคากัน เขาตั้งราคากันอย่างไร สูงเกินเหมาะสมหรือไม่  นักเรียนอย่างผมเชื่อว่าอิสลามมีคำตอบ.....

แต่สำหรับทุนนิยมแล้วละก็  มันคือทุนนิยม  ผมคือใครมีทุนเป็นผู้กำหนด  แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น  มันถูกต้องแล้วหรือ......

นักเรียนอย่างผมมีแต่คำถามในหัวครับ  อาจารย์ท่านใดจะมาตอบผมได้บ้าง....... ขอบคุณล่วงหน้าครับ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2008, 15:20:14 »

กระทู้นี้ เด็กๆเขาจะอ่านกันไหมเนี่ย....มีคนเขาถามฉัน

นั่นซิ ฉันก็ตอบไม่ได้หรอก  แต่ที่รู้ๆ กระทู้นี้ มันต้อง คิด...(คิดก็แปลว่าเด็กใช่ป่าว)

คิดแล้วก็เขียน

เขียนแล้วก็อ่าน

อ่านแล้วก็คิด

คิดแล้วก็หลับ

หลับแล้วก็ตื่น

ตื่นแล้วก็คิด

คิดแล้วก็..........

อ้อ..ฉันไม่ใช่อาจารย์จริงๆนะ ขอบอก ฉันก็แค่ชนผู้ใช้แรงงานคนหนึ่งเท่านั้นเอง 

....วันนี้ไม่ว่างส่งงานจริงๆ......
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
มุศลิฮะฮฺ
เป็นบ่าวของอัลลอฮ...ก็ต้องอดทน
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 349


ปัญหามีมา...เพื่อให้เราเข้มแข็ง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2008, 16:07:36 »

^
อ่านซีคะ
หนูยังเด็กอยู่เลย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"การแก่ขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่การเติบโตขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่เราเลือกได้
เราอยู่ได้ด้วยสิ่งที่เราได้รับ
แต่เราจะมีชีวิตอยู่เพราะสิ่งที่เราให้ไป"
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2008, 08:42:17 »

เช้านี้เอาของมาฝากแต่เช้าขอรับท่าน


ระหว่างแบงค์ 1 แสนดอลล่าร์ กับแบงค์5แสนบาทอันก่อน  เอาแบบไหนดีล่ะ(อ้อ ห้ามเอาไปทำแบงค์ปลอมนะจ๊ะ)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2008, 05:57:11 »

เรื่องของข้าว ยังเป็นปัญหาอีกยาวไกล ถ้ายังมีการกักตุน การปั่นราคา การโก่งราคา ชิงขายตัดหน้า ขายของผิดสเป็ค

(ข้าวหอม ข้าวหัก ข้าวชื้น ข้าวแฉะ แหะๆอันหลังนี่ปัญหาของแม่บ้านนะจ๊ะ)

วิธีแก้ปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ถ้าไม่ใช้หลักอิสลาม (ซึ่งห้ามเรื่องการเอารัดเอาเปรียบแบบนั้น)

ก็คงต้องใช้วิธีแก้ คือ ให้เลิกกินข้าวซะ หันไปกินหญ้าแทน ดีไหมขอรับคุณหนูจำมัย

มีงานวิจัยเรื่องข้าว ของอ. นิพนธ์  พัวพงศกร / มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พี่น้อง ลองไปโหลดอ่านดูนะ

www.geocities.com/utopiathai/UPp057-073ch5.doc

วันหลังจะมาเล่าเรื่องคดีความที่คูเวต มีมุสลิม 2 คน เขาฟ้องร้องกันเรื่องซื้อๆขายๆนี่แหละ(ถ้าลืม ช่วยเตือนด้วยนะ)

แต่อันที่จริง อิสลามไม่ได้ห้ามเรื่องการครอบครองมาก เพื่อประโยชน์ใช้สอยหรอกนะ โดยปกติ การซื้อสินค้ามาเก็บไว้ในช่วงที่มีราคาถูกตามสมควร

หรือการซื้อถูกขายแพงนั้นเป็นเรื่องปกติ ใครล่ะจะซื้อแพงขายถูก แต่ที่ห้ามเด็ดขาดคือการขูดรีดเกินจริง   

และเราก็มีระบบซะกาตเป็นตัวกำหนดอัตราการครองครอง ระยะเวลาที่สะสม เมื่อตรงตามข้อกำหนดก็ต้องปันส่วนออกมาคืนให้แก่สังคม

ในบ้านเรามีการกำหนดภาษีมากมายหลายชนิด เราก็เสียภาษีกันมากมายหลายชนิด มุสลิมเราซะกาตก็จ่าย ภาษีก็เสีย

แต่ใครบางคนรวยจนล้นฟ้า ซะกาตก็ไม่ต้องจ่ายเพราะไม่ใช่มุสลิม และไม่ยอมเสียภาษีอีก

ศาลจะลงโทษก็หนีไปนั่งหน้าแป้นอยู่ที่อังกฤษซะอีก(จ้างบริษัทสร้างภาพพจน์ให้คนนิยมมาทำให้เป็นข่าวเป็นระยะๆ)

อ้าว พูดเรื่องภาษี ดันเข้ามาเรื่องนี้ได้ไงเนี่ย...

อินชาอัลลอฮฺ เดี๊ยวไปปรับเวอร์ชั่นก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่นะขอรับท่านทั้งหลาย


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
จำมัยในไซเบอร์
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87


ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2008, 18:17:22 »

.....อ้อ..ฉันไม่ใช่อาจารย์จริงๆนะ ขอบอก ฉันก็แค่ชนผู้ใช้แรงงานคนหนึ่งเท่านั้นเอง 

ok ขอรับ   Grin

....
แต่อันที่จริง อิสลามไม่ได้ห้ามเรื่องการครอบครองมาก เพื่อประโยชน์ใช้สอยหรอกนะ โดยปกติ การซื้อสินค้ามาเก็บไว้ในช่วงที่มีราคาถูกตามสมควร  หรือการซื้อถูกขายแพงนั้นเป็นเรื่องปกติ ใครล่ะจะซื้อแพงขายถูก แต่ที่ห้ามเด็ดขาดคือการขูดรีดเกินจริง   และเราก็มีระบบซะกาตเป็นตัวกำหนดอัตราการครองครอง ระยะเวลาที่สะสม เมื่อตรงตามข้อกำหนดก็ต้องปันส่วนออกมาคืนให้แก่สังคม ในบ้านเรามีการกำหนดภาษีมากมายหลายชนิด เราก็เสียภาษีกันมากมายหลายชนิด มุสลิมเราซะกาตก็จ่าย ภาษีก็เสีย ......


ญาซะกัลลอฮฺ คอยรอน ครับ สำหรับคำตอบ ....


แล้วจะรออ่านต่อไปครับ....   Smiley
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2008, 15:40:44 »

ฉันคุยกับเพื่อนคนหนึ่ง
………
อันที่จริงข้อดีของทุนนิยมก็มีอยู่ให้เห็นหลายข้อเอาแบบง่ายๆ ก็เช่น ชีวิตสะดวกสบายขึ้น มีร้านค้าให้เลือกจับจ่ายมากมาย

อาหารสำเร็จรูปก็มีขายแยะจนกินกันไม่หวาดไม่ไหว  เมื่อก่อน จะกินแกงไก่ ถ้าไม่เชือดไก่ที่บ้านเอง ถอนขนเอง ทำเอง

ก็ต้องไปซื้อไก่เป็นๆมาเชือก แล้วก็ไปขึ้นมะพร้าว  เอามาปอกเปลือก เอามาขูด คั้น..กว่าจะได้แกงมากิน เหนื่อยหลายขั้นตอน

แต่ตอนนี้ มีไก่แช่แข็ง มะพร้าวขูด หรือคั้น หรือแบบกล่อง ถ้าขี้เกียจทำก็ซื้อแกงถุงไปเลย

สบายกว่ากันเยอะ นี่ก็เป็นผลพวงมาจากสังคมแบบทุนนิยมมิใช่หรือ....

สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจากระบบทุนนิยม ทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป

จากรุ่นปู่ย่า สู่รุ่นพ่อแม่ และรุ่นลูกทุกวันนี้ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เอาที่เห็นได้ชัดๆก็คือเรื่องการใช้เงิน  ทุกวันนี้ เงินกลายเป็นแก้วสารพัดนึก ของทุกคน

อยากได้อะไร ต้องใช้เงินซื้อมาทั้งสิ้น ไม่เว้น แม้แต่ในสังคมมุสลิม

พฤติกรรมการอุปโภคบริโภค ที่คล้ายคลึงกัน  บ้านไหนมีอะไร บ้านฉันมีด้วย

กล่าวกันว่า หนี้สินในครัวเรือนมีตัวเลขสูงสุดอย่างน่าตกใจ

เรารู้ว่าอิสลามห้ามเรื่องดอกเบี้ย

แต่ในชีวิตเรา มีใครสักกี่คน มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่รอดพ้นจากระบบดอกเบี้ย  ไม่กินก็จ่าย... ไม่เอาเขาก็ให้.... ดอกเบี้ย

เราสอนเรื่องละหมาด ถือศีลอด จ่ายซะกาต ทำฮัจย์ และอิบาดะฮฺอื่นๆมากมาย

แต่เราก็เอารถเข้าไฟแนนซ์  จำนองที่ดิน เอาบ้านเข้าแบงค์ และอื่นๆ

ก็มันจำเป็น เราแก้ต่างให้ตัวเอง ใช่หรือเปล่า?
...............
เราจบบทสนทนากันอย่างงุนงง  เราบอกว่าอิสลามคือทางรอด แล้วอะไรคือทางเลือกและทางรอดล่ะท่าน?

 Cry

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2008, 15:43:57 »

พักสมองก่อนนะ เรื่องเล่าจากฟอร์เวิดเมล
...................
" พ่อครับ ขอยืมตังค์หน่อย "
เสร็จจากงาน ถึงบ้าน
เกือบสามทุ่มเข้าไปแล้ว เขาเดินเข้าบ้าน
ที่ดูเงียบเหงา เนื่องจาก ภรรยาเสียชีวิตไปเมื่อปีกลาย

ทิ้งลูกชายคนเดียวไว้ กับเขาให้หา เลี้ยงลูกตามลำพัง
ดีว่าเจ้าหนูน้อยพอจะช่วยตัวเองได้บ้าง
อาหารก็กิน อาหารปิ่นโต ที่ผูกประจำ หากินเองได้
ทำให้ ไม่เป็นภาระมากมาย นัก

เข้ามาในบ้าน เหงื่ออาบแก้มยังไม่ทันได้พัก ผู้เป็นพ่อ
เห็นหน้าลูกชายวัยซน ที่รอรับเอ่ยปาก ทัก

" พ่อครับวันนี้ทำงานเหนื่อยมั้ยครับ "

" เหนื่อยสิ ลูกแล้ววันนี้ทำการบ้านเสร็จ แล้วเหรอ "
ผู้เป็นพ่อตอบเนือยๆ พร้อมกับ ถาม ต่อ ด้วยความเคยชิน

" เสร็จหมดแล้วครับ คือ ผม มีเรื่องบางอย่างอยากจะถามพ่อน่ะ พ่อว่างหรือยังครับ "
ลูกชายตัวน้อย ถาม ต่อ

''เดี๋ยวพ่อจะไปอาบน้ำ หาข้าวกินข้าวซัก หน่อย
แล้วคงจะเข้านอนวันนี้เหนื่อย เหลือเกินว่าแต่แก จะถามอะไรพ่อเหรอ "

ผู้เป็นพ่อ ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

" คือผมอยากรู้ ว่า พ่อทำงานได้ ค่าจ้างวันละเท่าไรครับ "

ลูกชาย ถามด้วยน้ำ เสียงใสซื่อ


เค้าหันมามองหน้าลูกชาย พร้อมกับ ขมวดคิ้วด้วย ความสงสัย
แล้วผู้เป็นพ่อ แต่ก็ตอบไปว่า

" วัน ล่ะ สี่ร้อย "


" งั้นผม ขอยืม ตังค์ พ่อ ซักสองร้อยได้ มั้ยครับ "

ลูกชายตัวน้อยเอ่ยปากด้วยสายตาวิงวอน


" หา แกว่าไง นะ "

ผู้เป็น พ่อ ขึ้นเสียงด้วยอารมณ์ฃ


ก่อนที่จะ หันมา พูดกับ ลูกชายด้วยเสียงเข้มขึ้น กว่าเดิม

" นี่ฟังนะ แกคิดว่า เงินทอง หาได้ง่ายๆ เหรอ กว่าพ่อจะได้เงิน สี่ร้อย บาท
ต้องทำงานเหนื่อยตั้งแต่เช้ายันค่ำแต่พอกลับมาถึงบ้านเจอแกรอขอยืมเงิน
พ่อง่ายๆแบบนี้นี่นะแกลองไปคิดดูให้ดี สิว่าแกทำประโยชน์อะไรให้พ่อบ้าง
พ่อถึงจะต้องให้ เงินสองร้อยนี่ให้แก ยืม "


เด็กชายยืนนิ่ง มองหน้าพ่อ ไม่มีเสียงหลุดออก จาก ปาก
แต่น้ำตาไหลซึม ลงอาบร่องแก้มทั้ง สองข้าง
ก่อนที่จะหัน หลังเดินกลับห้อง ตัวเอง อย่างซึมเซา

หลังจากอาบน้ำเสร็จ แวะเข้าครัว หาข้าวปลากินเรียบร้อย
เขา เดินไป ที่ ระเบียง ความรู้สึกเคร่งเครียดที่ได้ รับ
มาจากงานนอกบ้าน เริ่มผ่อนคลาย คิดไป ถึงอดีตที่ผ่านและงานที่ทำมาทั้งวัน

แล้วก็ ย้อน กลับคิดไปถึงลูกชายตัวน้อยลูกเป็นเด็กดี
ไม่เคยเกเร ไม่ เคยเอ่ยปากขอเงิน เพิ่มนอกจากเงินค่าขนม ที่เขาให้
ประจำวันเท่านั้น แต่วันนี้ทำไม ถึงเอ่ยปากยืมเงินเมื่อสักครู่

เขา เหนื่อยเกินไป หรือเครียดเกินไปหรือป่าว


ถึงได้ใช้อารมณ์กับ ลูกไปอย่างนั้น เมื่อได้คิด เขา จึงเดินไปที่ห้องลูกชาย
ไฟในห้องนอนดับแล้วเมื่อเปิดประตูเข้าไปเอื้อม มือเปิดไฟในห้อง หนูน้อยนอนตะแคง
หน้าตายังคงลืมจ้องมองมาที่ประตูแก้มที่แนบกับหมอน ชุ่มด้วย น้ำตา
พร้อมเสียงสะอื้นเบาๆอยู่คน เดียว

เขาเดิน ไปนั่งที่ขอบเตียงมือลูบผม ลูกชายเบาๆ พร้อมกับ
เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเครือ จุกคอ

" พ่อขอโทษนะลูก เมื่อกี้ พ่อเหนื่อยมามากเลยใช้อารมณ์ กับลูกมากไปหน่อย
จริงๆตะกี้พ่อไม่ได้ถามลูกด้วยซ้ำว่า ลูกอยากยืม เงินพ่อไปทำไมลูกอาจจะมี
เหตุจำเป็นที่จะ ต้องใช้เงินก็ได้ เงินแม้ว่าจะหาได้ลำบาก
ไม่ได้ได้มา ง่ายๆ แต่ถ้าลูกมีเหตุผลเพียงพอ พ่ออาจจะให้ยืม ก้อ ได้ เพราะว่า ลูก น่ะ
สำคัญสำหรับพ่อเหนือ สิ่งอื่นใด และพ่อก็ทำเพื่อลูก "


" ว่าแต่ ไหน ลูกลองบอกพ่อสิว่า ลูกอยากยืม เงินสองร้อยไปทำ อะไร "

ผู้เป็นพ่อถามลูกชายที่มอง
หน้าพ่อนิ่ง ด้วยน้ำเสียงปราณี เต็มเปี่ยมด้วยความ รัก

ลูกชายตัวน้อย ส่งเสียงสะอื้นจากลำคอ

" พ่อครับ ตั้งแต่แม่ ตาย ผมเห็นพ่อต้องทำงาน
หนักเพื่อหาเงินทุกวัน จนไม่ได้พัก ไม่ได้อยู่กับผม เลย เราแทบ
ไม่มีเวลาได้อยู่ด้วย กัน

ผมเลย ค่อยๆเก็บค่าขนมของผมไว้ ตลอดมาจนถึงตอน
นี้ผมเก็บได้สองร้อยบาทแล้ว แต่พอผมรู้จากพ่อ ว่า

พ่อทำงานได้ ค่าจ้างวันล่ะสี่ร้อยผม จึงอยากยืมพ่อเพิ่มอีกสองร้อย
ให้เป็นสี่ร้อยเพื่อจะได้ใช้เป็นค่าจ้างให้พ่อได้พัก
ได้อยู่กับผม ซักวันนึง ครับ "

เงินทอง อาจจะจำ เป็น ต่อการดำรงชีวิต
แต่ ครอบครัว ยังคงต้องการ ความรัก ความ อบอุ่น และ
เวลาที่มีให้ แก่กัน


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2008, 15:54:29 »

อันนี้ฝากไปอังกฤษได้ป่าว....

เงินเอ๋ย  เงินทอง
เป็นของมีค่าน่าห่วง
อีกทรัพย์สมบัติทั้งปวง
มนุษย์ช่วงชิงหามาไว้
แท้จริงเป็นสิ่งสมมุติ
ยั่วมนุษย์ พิศวง หลงใหล
ดิ้นรนขวนขวายกายใจ
ถึงอะญั้ลเมื่อไหร่  .... ก็ทิ้งทุกสิ่งเอย

ธนบัตรของจีนที่ออกมาช่วงกีฬาโอลิมปิคขอรับท่าน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: กันยายน 18, 2008, 13:41:07 »

อัสลามุอะลัยกุมพี่น้องที่รักทุกท่าน

ไม่ได้มาซะนาน หวังว่าทุกท่านคงสบายดี และประกอบอะมั้ลอิบาดะฮฺกันอย่างเต็มที่ในเดือนร่อมาฎอน

อยากกลับไปขุดกระทู้เรื่องเงินๆทองๆต้องรู้ ภาค1 มาแต่ขุดไม่เป็น  เลยต้องมาคุยในกระทู้นี้ละกัน

ตอนนี้เศรษฐกิจโลกกำลังจะพังทลายเพราะระบบทุนนิยมสามานย์ที่มันจะมีผลกระทบทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าวการล้มละลายของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง เลห์แมนบารเดอร์ มันยิ่งสะท้อนให้เราเห็นถึงความเลวร้ายของระบบ

ที่แท้จริง มันคือระบบดอกเบี้ย การค้าขายเงิน และสิ่งต่างๆบนความว่างเปล่า

กูรูเศรษฐศาสตร์อยู่ไหน มันช่วยกันวิเคราะห์หน่อยซีขอรับท่าน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
อบู อับบาส
Hold Dunya with your hands not your heart
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 223


อยากจะเป็นคนๆ นั้น


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #36 เมื่อ: กันยายน 18, 2008, 23:45:20 »

วะอะลัยกุมมุสลาม
กำลังตามเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ
ตั้งแต่ วิกฤติ sub-prime การล้มของสถาบันการเงินต่างๆ ของเมกา
อลัน กรีนสแปน ออกมาบอกเลยว่า เลวร้ายในรอบร้อยปี
ระบบการเงินเสียหายมากกว่าครึ่งแล้ว
วิธีแก้ปัญหานี้ อเมริกาคงใช้วิธีเดิมครับ สงคราม!
อีกไม่นานอาจได้ยินข่าวการทำสงครามของอเมริกา ส่วนประเทศใดจะเป็นเหยื่อ ต้องรอดูกัน
ไว้ได้อะไรเพิ่มจะมาเพิ่มเติมครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

++ เราจะหวังเงินเดือนได้อย่างไร หากไม่ทำงาน ++
== เราจะหวังรางวัลได้อย่างไรหากไม่ทำดี ==
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: กันยายน 19, 2008, 08:04:38 »

เลห์แมนบราเธอร์ส  กับวิกฤติที่ส่งผลกระทบทั่วโลก

ท่านผู้รู้ทั้งหลายขอรับ  กลศึกครั้งนี้ข้าน้อยผู้โง่เขลา ไม่อาจเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ทะลุปุโปร่ง ประดุจดังแก้วเจียระไนชั้นดีจากเมืองฝรั่ง

ข้าน้อยได้พลิกตำราของท่านขงเบ้งก็หาพบไม่  แม้แต่ท่านซุนวู ที่ใครต่อใครพากันยกย่อง ก็มิได้กล่าวเรื่องนี้เอาไว้ 

แต่ข้าน้อยก็มิได้ระทมใจ เพียรตั้งใจอ่านคัมภีร์อัลกุรอ่านอันมหัศจรรย์อย่างไม่ลดละ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง

แต่อ่านครั้งที่ร้อย ย่อมต่างจากอ่านครั้งที่ 99 อย่างแน่นอน

บัดนี้ ข้าน้อยได้ยินเสียงโจทย์ขานกันอย่างเซ็งแซ่ว่า มีหน่วยงานแห่งหนึ่งที่ข้าน้อยไม่เคยพบและไม่เคยไป

เขาเรียกกันว่า สถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา  คินแคนที่ใครๆพากันก้มหัวให้ และเดินตามต้อยๆ เหมือนคนต้องมนต์สะกด

มีผู้บริหารชั้นนำที่เรียนจบตำรากลยุทธ์ทางการเงินและศาสตร์ที่เยี่ยมยอดอื่นๆจากมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าผู้คนทั่วหล้ายกย่อง
 
ไม่ว่าจะเป็นฮาร์วาด ออกซ์ฟอร์ด ฯลฯ ภายใต้รูปแบบบริษัทที่ใช้ชื่อว่า เลห์แมน บราเธอร์ส   

พวกเขาได้ ได้เดินทางมาถึงจุดพลิกผันที่สำคัญอีกครั้งในหน้าประวัติศาสตร์การเงิน

เนื่องจากภาวะตกต่ำในตลาดอสังหาริมทรัพย์และปัญหาในตลาดซับไพรม์ที่ส่งผลกระทบเลวร้ายอย่างไม่จบสิ้น

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาเลห์แมน บราเธอร์ส กลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของระบบการเงินที่พวกเขาคุยหนักคุยหนาว่า

เป็นสถาบันที่มีความมั่นคงในระดับต้นๆ ทริปเปิ้ลเอ AAA+ ในที่สุดก็เจ๊งอย่างไม่เป็นท่า

ต้องปิดตัวลงพร้อมกับยื่นเอกสารขอพิทักษ์ทรัพย์สินตามกฎหมายล้มละลายของสหรัฐ   

และจากภาวะระส่ำระสายทางการเงินในครั้งนี้ได้จุดกระแสความหวั่นวิตกต่อวาณิชธนกิจรายอื่นๆ รวมถึงธนาคารพาณิชย์

และบริษัทประกันภัยในสหรัฐหลายแห่งในสหรัฐที่อาจเดินตามรอยโดมิโน่หัวแถวอย่างเลห์แมน บราเธอร์สให้ต้องล้มครืนตามๆกัน



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abu Sofwan
ผู้ช่วยแอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2730



ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: กันยายน 19, 2008, 08:13:30 »


นึกถึงอายะฮฺนี้เลย..



"อัลลอฮฺจะทรงบั่นทอนความจำเริญออกจากดอกเบี้ย และจะทรงเพิ่มพูนกุศลทาน
และอัลลอฮฺไม่ทรงรักคนบาปหนาที่เนรคุณทุกคน" 
(อัลบะเกาะเราะฮฺ : 276)


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #39 เมื่อ: กันยายน 19, 2008, 08:20:36 »

ข้าน้อยเคยเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้อยู่เหมือนกัน เคยเห็นชื่อถนน ตรอก ซอก ซอย ใช้ชื่อ ตั้งแต่สองพี่น้อง ไปจนสิบสองพี่น้องหรือมากกว่านี้ก็มี 

ฝรั่งก็ตั้งชื่อพี่น้องเลห์แมน เหมือนกับความคิดของเขาคชื่อมโยงดล้ายๆกะเราเหมือนกัน แต่บัดนี้ยิ่งกว่าการตั้งชื่อ

ท่านทั้งหลายลองนึกภาพระบบการเงินการธนาคาร ของโลก ที่เกี่ยวพันกันเหมือนใยแมงมุม

สถาบันการเงินต่างๆ พากันออกมากัดฟันยืนยันว่า “เรามีเงินสำรองมาก เสถียรภาพเรามั่นคง”

ถ้าข้าน้อยปัญญานิ่มกว่านี้ก็คงพอจะเชื่อได้ แต่เท่าที่ประสบการณ์อันไร้ปริญญาบอกข้าน้อยว่า กลศึกของพวกเขา

คือ ไม่ คือใช่ และ ใช่ คือไม่  ทำไมหรือ คำตอบท่านผู้รู้ทั้งหลายคงเดาได้ดีกว่า ข้าน้อย นั่นก็คือ

หากคนแห่ไปถอนเงินคืนกันหมด อะไรจะเกิดขึ้น ในเมื่อตัวเลขนั้นมันอยู่แค่ในกระดาษ ขาดสภาพคล่อง

หรืออีกนัยยะหนึ่งก็คือ ขาดเงินจริงนั่นเอง  เงินฝากของผู้คนมันไม่ได้นอนอยู่เฉยๆหรอก  มันวิ่งไปมาทั่วโลก เงิน

กู ไม่ใช่เงินกู กลายเป็นเงินกู้หลายซับหลายซ้อน  ให้ประโยชน์แก่คนกลุ่มหนึ่งที่ใส่สูทผูกเน็ทไท หน้าตาหน้า

เชื่อถือดูดีมีสกุล  เมื่อเกิดวิกฤติ รัฐบาลก็ต้องเข้ามาอุ้ม คนพวกนี้เขาถึงเรียกว่า ล้มบนฟูกไงล่ะขอรับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #40 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 16:03:02 »

วานิชธนกิจ คืออะไร?

ก่อนจะไปงึมๆงำๆต่อเรื่อง เสด-ตะ-กิด  วันนี้ข้าน้อยขออาสามาเป็นไกด์ผี  พาท่านทั้งหลายไปรู้จักกะคำว่า วานิชธนกิจ กันสักหน่อยนะขอรับ

อย่างครั้งแรกที่ได้ยินคำว่า  รัฐประศาสนศาตร์ (เขียนถูกป่าวเนี่ย)  ยังนึกอยู่ว่า มันมีอะไรผสมกันมั่งหว่า  นึกไปนึกมา ก็นึกถึง

 “ก๋วยเตี๊ยวเครื่องในน้ำตกเส้นบะหมี่ใส่เกี๊ยว”  อะจ๊าก

 เมนูสมัยนี้ทำไมมันมิกซ์กันซะขนาดนี้ เมื่อก่อน ก๋วยเตี๊ยวก็อย่างนึง เครื่องในต้มก็อีกอย่าง น้ำตกก็สั่งมากินกะข้าวเหนียว

บะหมี่ก็ว่ากันไปจะน้ำหรือแห้ง ส่วนเกี๊ยวก็เหมือนกัน

แต่ปัจจุบัน รสนิยมคนเปี๋ยนไป๋ พร้อมๆกับคำว่า civilization & globalization

จนทำให้ต้องมิกซ์ทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วบอกว่า เอามา-บูรณาการ-  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฟังดูแล้วเข้าท่าดีแหะ

ก่อนออกนอกเรื่องไปมากกว่านี้ขอรับท่าน

ไปอ่านมาหลายที่ เขาว่า วานิชธนกิจ ที่ว่า นี่ก็คือ Investment Banking  แฮะๆ อธิบายเป็นภาษาชาวบ้านอย่างดับเบิ้ลเอ ก็คือ

ธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุน และตลาดเงิน รวมถึงธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์  ตราสารหนี้ หุ้นต่างๆ

ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งทำหน้า น่าเบื่อว่า แล้วมันเกี่ยวกะชั้นตรงไหน ไม่เห็นเข้าใจเลย

เอางี้ขอรับ ถ้าท่านเป็นหนึ่งในจำนวนพวกที่ข้าน้อยเอ่ยถึง ท่านก็ต้องเกี่ยวขอรับ

คือ 1 พวกที่มีกะตังค์ เหลือเก็บ  2 พวกที่อยากได้กะตังค์ไปใช้

หรือพูดให้สละสลวยน่าฟังหน่อยก็คือ คนที่ต้องการลงทุนหรือต้องการออมเงิน กับคนที่ต้องการเงินไปใช้ หรือคนที่ขอยืม หรือคนที่กู้

(ว่าแต่ว่า ท่านเข้าอยู่ฝั่งไหนขอรับ แอบกระซิบข้างๆหูข้าน้อยก็ได้ อิอิ)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
naj
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #41 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 21:17:32 »

คุณดับเบิ้ลเอคะ หนูขออย่างนึงได้ไหม ขอให้ช่วยอธิบายเรื่อง"โรคต้มยำกุ้งดีซีส" ที่ประเทศไทยได้เคยประสบมา เอาแบบเป็นหนังสั้นเข้าใจง่ายๆ เลยได้ป่าวค่ะ ^^
พอดีเรียนที่มหาลัย อ. อธิบายแล้วก็ยังงงค่ะ  แล้วก็อีกเรื่องนะคะ "พลาซ่าแอคคอร์ด (Plaza Accord)" ญะซฺากัลลอฮฺ ค็อยร็อนค่ะ  Smiley Smiley Smiley
เอาเรื่อง วานิชธนกิจให้จบก่อนก็ได้ค่ะ หรือคุณดับเบิ้ลเอจะกรุณาเด็กน้อยด้วยการต่อด้วยเรื่อง"ระบบวิเทศธนกิจกับเศรษฐกิจฟองสบู่" จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ  Grin Grin

ขอมากไปป่าวเนี่ยเรา แหะๆ ^^!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2008, 21:24:31 โดย najmooooon » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #42 เมื่อ: กันยายน 27, 2008, 16:56:23 »

หนูนัจมูนนนนนน  จ๋า

ฉันก็รู้แค่งูๆปลาๆนะจ๊ะหนู

งานเข้าซะ โห.....

แต่ก็จะพยายามหาข้อมูลมาฝากนะจ๊ะ  ได้ข้อมูลแล้วก็เอาไปถามอาจารย์ด้วยว่าถูกมั้ย

เพราะได้ข้อมูลมาจากตาสีตาสา ยายมียายมา

แล้วจะมาต่อนะจ๊ะ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #43 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 11:06:23 »

ในความเป็นมนุษย์ ทุกอย่างต้องลงทุนลงแรงเพื่อให้ได้มาทั้งสิ้น  ได้บ้างเสียบ้าง ก็แล้วแต่ว่าใครจะมีกลวิธีอย่างไร

แต่ใครจะเข้าใจและอธิบายได้ในสิ่งที่อิสลามบอกว่า การลงทุนกับอัลลอฮฺเปรียบเหมือนการค้าที่มีแต่กำไร และกำไร ได้อย่างไร

ท่ามกลางกระแสสึนามิทางการเงินของสหรัฐอเมริกา ที่เขาเรียกว่า แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส Hamburger Crisis

(วันหลังค่อยพูดถึงเรื่องชื่อนะ ต้มยำกุ้งอีกชื่อนึง)

ที่น่าจะมีผลกระทบกับเราบ้างไม่มากก็น้อย

จึงอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องที่เขาว่า “เข้าใจยาก”

พี่น้องอ่านไปแล้วต้องใช้วิจารณญานด้วยนะ อย่าเชื่อให้มากสำหรับคำวิเคราะห์ ที่ฉันไปหาอ่านมาล่ะ

 Wink    Shocked    Wink   

หากในโลกของวาณิชธนกิจ มีคน 2 จำพวก อย่างที่ว่า คือพวกมีตังค์เหลือ กับพวกอยากได้ตังค์ไปใช้

ถ้าเป็นไปได้  อยากเปลี่ยนตังค์เป็นความดี เราก็จะได้คน 2 จำพวก คือ

คือพวกที่ทำดีอย่างต่อเนื่องจนแบ่งความดีนั้นให้แก่ผู้อื่น

กับพวกที่ยังมีไม่พอและอยากได้ความดีเพิ่ม

ถ่ายเทความดีกันไปมา  ให้มีแต่ดี กับดี

....เอ้า....เข้าเรื่องละ....

คนที่ทำงานวาณิชธนกิจ  ก็คือ จัดการเอาคน 2 ฝั่งนี้มาเจอกันให้ได้ (แล้วก็ได้ประโยชน์จากการค่านายหน้า ไม่ต่างอะไรกับนายหน้าค้าที่ดินหรอก
แต่วิธีการสลับซับซ้อนกว่า หรูกว่าเท่านั้นเอง) ทำให้เกิดตลาดทุนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

- ธนาคาร (คนฝากเงินกับคนกู้เงิน)

หลายท่านคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่านเองก็ใช้บริการธนาคารอยู่ บางท่านอาจจะทำธุรกรรมกับธนาคารด้วย

- พันธบัตรรัฐบาล (รัฐบาลต้องการเงินไปหมุน เลยมากู้ประชาชนที่ต้องการลงทุน)

- หุ้นกู้เอกชน(เหมือนพันธบัตร แต่เอกชนเป็นคนออก เนี่ยละ ร้ายพอๆกัน มากมายหลายแบบ)

- หุ้นสามัญ กับคนซื้อหุ้น (ต้องการเงินเข้ามาใช้ไง  แต่ขายความเป็นเจ้าของกัน)

ชักมึนหรือยังขอรับ ถ้า ยัง ต่ออีกหน่อย  สังเกตุดู มีแต่เขาจะดูดเงินจากเราเอาไปหมุน เอาไปเล่นแร่แปรธาตุทั้งสิ้น

....เงินไม่ได้งอกจากการค้าขายสินค้าจริงๆใช่ไหม  ....

เขาบอกว่า...ถ้าหากใครเคยเรียน บัญชีมา ก็จะพอนึกออกว่า บริษัทๆ หนึ่งมีฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาของบัญชี

การเลือกระดมทุนในตลาดก็คือการที่เลือกสัดส่วนและความเสี่ยง ของฝั่งขวาทางบัญชี ว่าจะเป็น liabilities (หุ้นกู้ เงินกู้ยืมในรูปแบบต่างๆ)

หรือว่าเป็น equity (หุ้นสามัญ จากส่วนของเจ้าของ และส่วนที่กระจายในตลาด) หรือจะเป็นสิทธิในการซื้อในอนาคต เช่น warrant

นอกจากนี้การที่จะทำให้ฝั่งซ้ายของบัญชีโตขึ้น ก็มีการควบรวมกิจการ การซื้อกิจการอื่นๆ เข้ามาได้อีกด้วยนะขอรับ

บริษัทหนึ่ง ก็จะมีทางเลือกในการหาเงินทุนมาใช้ในกิจการ แตกต่างกันไปตามแต่ องค์ประกอบของบริษัท สถานการณ์และอื่นๆ

พอก่อนเถอะ ข้าน้อยเองก็ชักงงงๆแล้วขอรับท่าน





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
พ่อของเเมว
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


ตื่นดึกๆ กินฮายี กียามมุลลัย...


ดูรายละเอียด
« ตอบ #44 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 15:09:48 »

อ่า...
อ่านกระทู้นี้เเร่ะ หัวฟูไปหมดเลย

ที่พอจะผ่านๆหูบ้างก็ อุปสงค์ อุปทาน เงินเฟ้อ เงินฝืด (ฟามรู้เศษฐศาสตร์ของเรามีเเค่นี้เเร่ะ สุดๆ)

เเล้วใยวันนี้ มานมีคำศัพท์สูงๆ มาให้ได้ยลเยอะกานจัง เเห่ะๆ

วิกฤติเเฮมเบอร์เกอร์ อีก นี่มานอียังก๊อ มานเกิดไรขึ้นกับเบอร์เกอร์อาหารโปรดเราเนี๊ยะ

เเต่ติดตามอ่านอยู่นะ เผื่อจารู้เท่าทันพี่น้องเค้าบ้าง ฮิฮิ

อ้อ ขอเเปะนอกเรื่องเดียวกัน นิดนึงนะ
เกี่ยวกับระบบทุนนิยมของพวกฝรั่งเค้า(เกี่ยวไหมนิ)
เคยอ่านเรื่อง เเบรนด์โรตีอันหนึ่งของยิว ชื่อ Levy's เดิมทีบริษัทที่ทำโรตีนี้ชื่อ Levy's Real Rye
เเต่พอได้คนออกเเบบโฆษณาชาตินิยมคนหนึ่งมาในปี 1960 เเกเลยบอกผู้บริหารให้เปลี่ยนเป็น Levy's Real Jewish Rye
เป็นการเเสดงออกถึงความเป็นตัวตนของยิว อย่างไม่ห่วงเรื่องเงินๆที่เกิดขึ้น
โฆษณาเหมือนกะจะบอกว่า "โรตีนี้อะน่ะ อร่อย ยิวทำด้วย เเต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ไม่ไช่ยิวก็ชอบโรตีนี่ได้ อณุญาติๆ"
เหมือนตบหัวเเล้วลูบหลังชนิดหนึ่งเรยอ่ะ
ว่ากันว่ายิวทำอะไรก็ดีหมด เพราะเค้าคุมเงินของโลกไว้
โฆษณานี้ก็ไช่ เเรกๆมีคนมาต่อต้านว่า ไม่เอาระบบการเงินหรือระบบธุรกิจที่มีเชื้อชาติเข้ามา มีการฉีกโปสเตอร์นี้ตามที่ต่างๆ
เเต่รู้ไหมว่า เเบรนด์นี้ ทำให้เงินของยิวสูงขึ้นๆสิบกว่าปีเเน่ะ

ไม่รู้ว่า ถ้าเปนระบบการเงินหรือเศรษฐศาสตร์เเบบอิสลามต่อโปรดักซ์ๆหนึ่งบ้าง พวกเราจะกล้าทำเเบบนี้ไหม
ให้มีความภูมิใจในความเป็นมุสลิมบ้างน่ะคับ เนาะ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"พวกท่านจงอ่านอัลกุรอานเถิด ในวันกียามะฮฺ อัลกุรอานจะช่วยเหลือผู้ที่อ่านมัน" (รายงานโดยอิมามมุสลิม)
Tariq Ibn Ziyad
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 640



ดูรายละเอียด
« ตอบ #45 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 16:25:26 »

มาลงทะเบียนรายวิชานี้ไว้ก่อน...เดี๋ยวสอบเสร็จจะกลับมาอ่านครับ     

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2211


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #46 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 21:22:26 »

นี่งัย โปรดักซ์มุสลิม .. ลาบัน ซอย ...



http://www.iqraforum.com/forum2/index.php?topic=531.0
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

พ่อของเเมว
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


ตื่นดึกๆ กินฮายี กียามมุลลัย...


ดูรายละเอียด
« ตอบ #47 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2008, 21:42:05 »

อ้อ กินมาเเล้วเหมือนกันเเหละ
ครั้งเเรกเลย ที่มัสยิดกลางสงขลา เค้าเลี้ยงละศิลอด
เข้มข้นมากๆ อร่อยคับ

นอกจากชื่อบริษัทเเล้ว
ที่ข้างขวดมีข้อความยาวๆอ่ะ อ่านเเล้วรู้สึกถึงความเป็นมุสลิมเลย ลองไปอ่านดูๆ  Grin
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"พวกท่านจงอ่านอัลกุรอานเถิด ในวันกียามะฮฺ อัลกุรอานจะช่วยเหลือผู้ที่อ่านมัน" (รายงานโดยอิมามมุสลิม)
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #48 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2008, 09:37:59 »

ฉันอยากสนับสนุนธุรกิจลาบันซอยเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยลองชิมเลย  ถ้าฝ่ายการตลาดจะให้ช่วยเอาไปขายก็บอกมาละกันเน๊อะ

อย่างน้อย  เป็นทางเลือกและทางรอด แทน นมจากจีนที่ปนปลอมสารพิษโดยไม่คำนึงถึงชีวิตคน เอ๊ะ ผิดกระทู้ป่าวเนี่ยเรา อิอิ

มาดูเรื่องวานิชธนกิจกันต่อนะขอรับท่านทั้งหลาย

อืมม..... แล้วบทบาทของ investment banking หรือวาณิชธนกิจอยู่ที่ไหน

งาน investment banking แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ที่ชัดๆ ก็คือส่วนที่ปรึกษา กับส่วน underwriting

สำหรับงานที่ปรึกษา ก็คือในแต่ละครั้งที่ บริษัทจะเลือกระดมทุน หรือว่าควบรวมกิจการนั้น

ทางเลือกที่เหมาะสม  ไม่ว่าจะเป็นการออกหุ้นกู้ หรือการออกหุ้นสามัญ ล้วนแต่มีข้อจำกัดทั้งนั้น เช่น หากเป็นบริษัทที่ เรตติ้งไม่ดีนัก

การออกหุ้นกู้ก็เป็นไปได้ยากเนื่องจากไม่มีผู้ต้องการลงทุนในบริษัทที่มีความเสี่ยงและ หากเป็นบริษัทที่มีหนี้มากอยู่แล้ว

การกู้เงินเพิ่มก็ทำให้เพิ่มความเสี่ยงทางด้านการเงิน อีกด้วย หรือ หากเป็นบริษัท ที่ขนาดค่อนข้างเล็กการออกหุ้นสามัญหรือการเข้าตลาด

อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมเนื่องจากขนาดของบริษัททำให้มี สภาพคล่องในตลาดน้อยการซื้อขายหุ้นของบริษัทนั้นเป็นไปได้ยาก

- หน้าที่ของ IB ก็คือการหาทางเลือกในการระดมทุนที่เหมาะสมให้กับลูกค้า

ราคาที่เหมาะสม ตราสารต่างๆ ที่บริษัทต้องการจะระดมทุนนั้น ราคาที่ถูกนำมาเสนอขายก็จะเป็นราคา ที่ได้จากวิธีการหาราคาแบบต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นการ เปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ใน industry เดียวกัน เช่น DTAC จะเข้าตลาดก็ต้องต้องเทียบๆ กับ AIS ว่าราคาเป็นเท่าใด

หรือว่าจะเป็นการหาว่าบริษัทนั้นๆ สามารถสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้นได้เท่าใด (discount cash flow) และการมองว่านักลงทุนให้ราคากับตราสารนั้นๆ เท่าใด (Book Build)

- หน้าที่ของ IB ก็คือ การพยายามหาราคาที่เหมาะสมในตราสารของบริษัทนั้นๆ

เวลาที่เหมาะสม คำอธิบายที่เหมาะสม หากมีบริษัทหนึ่ง บอกกับชาวโลกว่า ต้องการระดมทุนด้วยหุ้นสามัญ เพราะ จ่ายหนี้ไม่ไหว

หรือบริษัทหนึ่งอยากจะออกหุ้นกู้ในช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยสูงมาก

- หน้าที่ของ IB ก็คือ การพยายามมองตลาดเพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการระดมทุน และหาคำอธิบายในการระดมทุนที่นักลงทุนเข้าใจได้

 Shocked  เรื่องนี้ ต้องพยายามทำความเข้าใจกันหน่อยนะขอรับท่าน ถึงแม้มันจะเข้าใจยาก แต่เมื่อเข้าใจแล้ว เรื่องที่จะคุยต่อไปจะสนุกและไม่น่าเบื่อเลย


นี่ไง ตึกเลหแมนบราเธอส์ในนิวยอร์ค หรูหราโอ่อ่าขนาดไหน ดูเอาละกัน

อ้อ  มีการบ้านมาฝากพี่น้องด้วยขอรับท่าน  เป็นเรื่องวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ถล่มโลก ....เราจะทำตัวอย่างไรกันดี ลองอ่านดูนะ
http://www.vcharkarn.com/varticle/38209
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
double_a
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188


โปรดอย่าเชื่อผู้น้อยให้มาก... ใจดีแต่ขี้ลืม....


ดูรายละเอียด
« ตอบ #49 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2008, 13:29:19 »

ขอออกนอกกระทู้เพื่อคุยกันคนละเรื่องเดียวกัน กับคุณพ่อของแมว แป๊บนึงละกัน

เรื่อง  “ เเบรนด์โรตีอันหนึ่งของยิว ชื่อ Levy's เดิมทีบริษัทที่ทำโรตีนี้ชื่อ Levy's Real Rye

เเต่พอได้คนออกเเบบโฆษณาชาตินิยมคนหนึ่งมาในปี 1960 เเกเลยบอกผู้บริหารให้เปลี่ยนเป็น Levy's Real Jewish Rye

เป็นการเเสดงออกถึงความเป็นตัวตนของยิว อย่างไม่ห่วงเรื่องเงินๆที่เกิดขึ้น”


คุณพ่อของแมวขอรับเคยทราบมาเหมือนกันว่า  อีกประการหนึ่งที่เขามักแสดงออกกัน คือ คำว่า “KOSHER”

อ่านว่า “โคเชอร์” เปรียบได้เหมือนตราฮาลาลของเราเลยละ ชาวยิวเขาจะเป็นที่รู้กัน

แม้แต่บนเครื่องบิน(บางสายการบินนะ) ก็จะมีอาหาร”โคเชอร์”เสริฟด้วย

ท่านลองสังเกตที่ข้างกล่องของอาหารที่มาจากต่างประเทศซิขอรับ บางทีจะได้เห็นตรานี้ติดอยู่ 

คำถามต่อมา คงมีผู้สงสัยว่า แล้วมุสลิมทานอาหาร”โคเชอร์”ที่ว่านี้ได้ไหม

อะแฮ้ม อันนี้ ต้องไปถามฝ่ายวิชาการอิกเราะอฺขอรับ   Roll Eyes Roll Eyes Roll Eyes

ข้าน้อยของกลับเข้ากระทู้บัดเดี๊ยวนี้

ตัวอย่างอาหารโคเชอร์


นี่ก็ด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 6   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.358 วินาที กับ 22 คำสั่ง