อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
มิถุนายน 18, 2021, 13:30:48 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ประกาศย้ำอีกครั้งแก่สมาชิกทุกท่านนะครับว่า อิกเราะอ์ฟอรั่มไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเว็บเพื่อการโฆษณาแฝงเชิงการค้าทุกประเภทครับ ... ชุกร็อน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อิรัก...ศูนย์รวมแห่งฟิตนะห์ (1)  (อ่าน 169 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1152


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2021, 19:19:40 »

عَنْ ابْنِ عُمَرَ رضي الله عنهما قَالَ: قَامَ رَسُولَ اللهِ صلى الله عليه وسلم خَطِيبًا عَلَى الْمِنْبَرِ، فَأَشَارَ بِيَدِهِ إِلَى الْعِرَاقَ (وفي رواية: يُشِيرُ بِيَدِهِ نَحْوَ الْمَشْرِقِ) (وفي رواية: فَأَشَارَ نَحْوَ مَسْكَنِ عَائِشَةَ)، فَقَالَ: رَأسُ الْكُفْرِ مِنْ هَهُنَا (وفي رواية: إِنَّ الْفِتْنَةَ هَهُنَا , إِنَّ الْفِتْنَةَ هَهُنَا، ثلاثا) (وفي رواية: إِنَّ الْفِتْنَةَ تَجِيءُ مِنْ هَاهُنَا) (وفي رواية: هَا هُنَا أَرْضُ الْفِتَنِ) مِنْ حَيْثُ يَطْلُعُ قَرْنُ الشَّيْطَانِ (وفي رواية: قَرْنَا الشَّيْطَانِ)

ท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขึ้นอ่านคุตบะฮฺบนมินบัร แล้วท่านก็ชี้ด้วยมือของท่านไปยังอิรัก (ในอีกรายหนึ่งกล่าวว่า ท่านชี้ด้วยมือของท่านไปยังทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้น) (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า ท่านได้ชี้ไปยังบ้านของท่านหญิงอาอิชะฮฺ) แล้วท่านกล่าวว่า ผู้นำหรือหัวหน้าแห่งการปฏิเสธมาจากทางนี้ (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า แท้จริงวิกฤติอันเลวร้ายหรือการปฏิเสธอยู่ทางนี้...สามครั้ง) (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า แท้จริงวิกฤติอันเลวร้ายหรือการปฏิเสธมาจากทางนี้) ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า ทางนี้แหละที่จะเกิดวิกฤติอันเลวร้าย) ซึ่งเป็นบริเวณที่เขาชัยฏอนโผล่ออกมา (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า บริเวณที่เขาทั้งสองของชัยฏอนโผล่ออกมา)
(หะดีษบันทึกโดย บุคอรีย์ เลขที่ 990, 2937, 3104, 6105, 4990, 6681, มุสลิม เลขที่ 2905, ติรมิซีย์ เลขที่ 2268, อะหมัด เลขที่ 5642, 6302, มะอฺมัร เลขที่ 21016, อัลฟะสะวีย์ (อัลมะอฺริฟะฮฺ วะ อัตตารีฆ) 2/748,

คำอธิบายศัพท์
-   อิรัก  العراقเป็นประเทศในตะวันออกกลาง มีอาณาเขตทางทิศเหนือจรดประเทศตุรกี ทางทิศตะวันออกจรดประเทศอิหร่าน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จรดประเทศคูเวต ทางทิศใต้จรดประเทศซาอุดีอาระเบีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดประเทศจอร์แดน และทางทิศตะวันตกจรดประเทศซีเรีย
อาณาเขตของประเทศครอบคลุมที่ราบลุ่มแม่น้ำเมโสโปเตเมีย ปลายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาซากรอส และทะเลทรายซีเรีย ส่วนตะวันออก สองแม่น้ำหลัก แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ไหลลงใต้ผ่านใจกลางประเทศและไหลลงสู่ชัฏฏุลอะร็อบ (Shatt al-Arab) ใกล้อ่าวเปอร์เซีย
ภูมิภาคระหว่างแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีสมักเรียกว่า เมโสโปเตเมีย ในแต่ละช่วงของประวัติศาสตร์อิรักเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิอัคคาเดีย ซูเมเรีย อัสซีเรีย และบาบิโลเนีย นอกจากนี้ยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิมีเดีย อะคีเมนิด เฮลเลนนิสติก พาร์เธีย แซสซานิด และโรมัน

-   มัชริก المشرق มัชริก เป็นนามสถาน (อิสิม มะกาน) แปลว่าสถานที่ดวงอาทิตย์ออก ซึ่งต่างจากคำว่า الشرق ที่แปลว่า ทิศตะวันออก ดังนั้น ถ้าเราสังเกตในแผนที่โลกเราจะพบว่า ประเทศอิรักจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมะดีนะห์ ไม่ได้อยู่ในทางทิศตะวันออก แต่เมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออกของมะดีนะห์คือ เมืองนัจด์ แต่ถามว่าชาวมะดีนะห์จะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางไหน ? คำตอบคือจะเห็นทางแคว้นอิรักก่อนเป็นอันดับแรก
ซึ่งเป็นข้อสังเกตหนึ่งที่หลายคนจะสับสนระหว่างคำว่า อัชชัรก กับ อัลมัชริก โดยแปลคำว่า อัลมัชริก เป็นทิศตะวันออก ทั้งๆที่หะดีษที่พูดถึงการเกิดฟิตนะห์ล้วนใช้สำนวน อัลมัชริก ไม่ใช่ อัชชัรกฺ ซึ่งอุละมาอ์บางท่านได้อธิบายความหมายของ المشرق ด้วยคำว่า مطلع الشمس หมายถึงสถานที่ขึ้นของดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะสำนวนที่ว่า  مِنْ حَيْثُ يَطْلُعُ قَرْنُ الشَّيْطَانِ  (บริเวณที่เขาชัยฏอนโผล่ออกมา)  ซึ่งบรรดาอุละมาอ์ที่อธิบายหะดีษล้วนให้ความหมายในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ พื่นที่ในเขตอิรักและละแวกใกล้เคียง และจากการทบทวนคำอธิบายต่างๆของอุละมาอ์ –ดังจะได้นำเสนอต่อไป- ล้วนบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า คำว่า “มัชริก” “ฟิตนะห์” “เราะสุลกุฟร์” และ “สถานที่เขาชัยฏอนโผล่ออกมา” ที่กล่าวถึงในหะดีษต่างๆ ล้วนพุ่งเป้าไปยังแคว้นอิรัก ไม่ใช่ทิศตะวันออก ที่หมายถึงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีชื่อว่านัจด์ที่อยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบียปัจจุบัน

- ผู้นำแห่งการปฏิเสธ رَأسُ الْكُفْرِ  อุละมาอ์ได้อธิบายความหมายของคำนี้ไว้หลากหลายแง่มุม ทั้งที่หมายถึงหัวหน้าหรือผู้นำของบรรดาผู้ปฏิเสธ หรือหมายถึงกลุ่มชนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ปฏิเสธ หรือหมายถึงการปฏิเสธที่หนักหน่วง หรือหมายถึงกลุ่มชนที่ไม่มีคัมภีร์ซึ่งสภาพการปฏิเสะของพวกเขาย่อมหนักหนากว่าการปฏิเสธของชาวคัมภีร์ หรือหมายหมายดัจญาล หรือหมายถึงการเกิดวิกฤติที่ยิ่งใหญ่และหนักหน่วง หรือหมายถึงชาวเมืองฟาริส (จักรวรรดิเปอร์เซีย) ซึ่ง ณ ตอนนั้น (หมายถึงในสมัยท่านนบี) เป็นกลุ่มชนที่กราบไว้และบูชาไฟเพราะเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง (Zoroaster) ที่สำคัญคือคำอธิบายต่างๆเหล่านั้นล้วนบ่งชี้ถึงสภาพที่ได้เกิดขึ้นแล้วในสมัยท่านนบีและกำลังจะเกิดในอนาคตจนกระทั่งดัจญาลได้ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าสถานดังกล่าวย่อมต้องไม่ใช่เมืองนัจด์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่มันคือพื้นที่บริเวณประเทศอิรักและละแวกใกล้เคียง
•   อิบนุอับดิลบัรร์ (ต. 463 ฮ.) กล่าวว่า “คำว่า เราะสุลกุฟร์ หมายถึงการปฏิเสธส่วนใหญ่และการปฏิเสธที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น ณ ที่นั้น เนื่องจากพวกเขาชนกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีคัมภีร์ พวกเขาคือชาวอาณาจักรเปอร์เซีย...และผู้ใดที่ไม่มีคัมภีร์เขาก็คือผู้ปฏิเสธมากยิ่งกว่าการปฏิเสธของชาวคัมภีร์...และนี่คือความหมายของคำว่า “เราะสุลกุฟร์” วัลลอฮุอะอ์ลัม (อัตตัมฮีด 18/142, อัลอิสติวการ 8/499)
•   อิบนุก็อรกูล (ต.569ฮ.) กล่าวว่า คำว่า “เราะสุลกุฟร์” หมายถึงผู้ปฏิเสธส่วนใหญ่ หรือเป็นการส่งสัญญาณถึงความหมายเฉพาะตัว เช่น ดัจญาลหรืออื่นๆที่เป็นผู้นำแห่งความหลงทาง หรือหมายถึงอิบลีส หรือเป็นการส่งสัญญาณถึงบรรดาผู้กราบไหว้และบูชาไฟ หรือหมายถึงกษัตริย์กิสรอ (คอสเรา Khosrau) แห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย เพราะเขาคือผู้นำสูงสุดของพวกเขาและเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวผู้ปฏิเสธ (มะฏอลิอ์ อัลอันวาร 3/99-100)
•   อันนะวะวีย์ (ต.ฮ.) กล่าวอธิบายความหมายของคำว่าرَأْسُ الْكُفْرِ نَحْوَ الْمَشْرِقِ   (แกนนำแห่งการปฏิเสธศรัทธาอยู่ทางฝั่งมัชริก) ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยของท่านนบี ขณะที่ท่านกล่าวคำดังกล่าวออกมา และจะเกิดขึ้น (อีกครั้ง) เมื่อดัจญาลออกมาจากฝั่งมัชริก ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเหล่าฟิตนะห์ที่ยิ่งใหญ่... (ชัรหฺ อันนะวะวีย์ 2/34)
•   อัลอิรอกีย์ (ต. 806 ฮ.) กล่าวว่า คำว่า رَأْسُ الْكُفْرِ نَحْوَ الْمَشْرِقِ   เพราะฝั่งมัชริกเคยเป็นจักรวรรดิของเปอร์เซีย ซึ่งพวกเขาเป็นคนที่หยิ่งผยองและไม่ยึดมั่นกับชะรีอะฮ์และคัมภีร์ใดๆ และจะเกิดขึ้นอีกในวันที่ดัจญาลออกมาจากทางฝั่งมัชริก เช่นเดียวกับยะอ์ญูจและมะอ์ญูจ และมันยังเป็นแหล่งกำเนิดของบรรดาฟิตนะห์ทางศาสนาและอุตริกรรมทั้งหลาย ส่วนฟิตนะห์ทางโลกคือการฆ่าฟันละการนองเลือด (ฏ็อรหุ อัตตัษรีบ 7/235)
•   อิบนุหะญัรกล่าวอธิบายต่อตัวบทที่ว่า ประโยคดังกล่าวเป็นการให้สัญญาณถึงความรุนแรงของการปฏิเสธของชาวมะญูซีย์ (ลัทธิบูชาไฟหรือโซโรเอสเทอร์) เนื่องจากว่าจักรวรรดิเปอร์เซียและบรรดาผู้ที่ชาวอาหรับที่อยู่ภายใต้อาณัติของพวกเขาล้วนมาจากฝั่งมัชริกสำหรับชาวเมืองมะดีนะห์ พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่แข็งกระด้างที่สุด หยิ่งยะโส อวดศักดาถึงขนาดฉีกสารของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม (ฟัตหุลบารีย์ 6/352)
จากคำอธิบายต่างๆของบรรดาอุละมาอ์ (ซึ่งผู้เขียนได้ยกมาเพียงบางส่วนเท่านั้น) พบว่า ไม่มีคำอธิบายส่วนใดเลยที่ชี้เป้าไปยังสถานทีเฉพาะที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองมะดีนะห์ที่มีชื่อว่า “นัจด์” ในประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่ทว่า กลับมีหลักฐานต่างๆมากมายที่ชี้ชัดว่าเหตุการณ์ต่างๆที่บรรดาอุละมาอ์ได้กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ้นทางฝั่งมัชริกของเมืองมะดีนะห์ นั่นคือพื้นที่ทางฝั่งประเทศอิรักและละแวกใกล้เคียง เช่นเหตุการณ์การปรากฏตัวของดัจญาล หรือยะอ์ญูด และมะอ์ญุดเป็นต้น วัลลอฮุอะอฺลัม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 24, 2021, 15:51:56 โดย Abu Muhammad » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.085 วินาที กับ 21 คำสั่ง