อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
กันยายน 18, 2019, 23:29:17 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ดอกเบี้ยกับความเข้าใจผิด  (อ่าน 2971 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อบู อับบาส
Hold Dunya with your hands not your heart
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 223


อยากจะเป็นคนๆ นั้น


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 20:18:54 »

ในเรื่องของดอกเบี้ย มีการเข้าใจผิดไม่น้อยเลยทีเดียว ฉบับนี้ผมจึงนำเรื่องความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเรื่องดอกเบี้ยและคำอธิบายอย่างคร่าวๆ มาฝากครับ

1. เงินก็เหมือนกับสินค้าอื่นๆ ที่ผู้ซื้อหรือผู้ยืมต้องจ่ายราคาของมันให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ เช่นเดียวกับเจ้าของบ้านสามารถคิดค่าเช่าจากการอยู่อาศัยเหมือนกับที่เจ้าของเงินเรียกเก็บค่าตอบแทนจากการให้ยืมเงิน
(อันที่จริง เงินไม่ใช่สินค้า เงินเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน ระบบวิธีคิดที่มองเงินเป็นสินค้านั้นมีขึ้นมาใหม่ไม่นานนัก แต่แรกเดิมทีนั้น เงินถูกใช้เป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่คงค่าของมันได้ ดังนั้นการแลกเปลี่ยนตัวเงินที่มีค่าไม่เท่าเทียมกัน (เช่น 10 บาท แลกกับ 15 บาท) เป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่ยุติธรรม สิ่งนี้เป็นที่เข้าใจได้ตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป
แนวคิดเรื่องค่าของเงินตามเวลา (Time value of money) ที่บอกว่าเงินหนึ่งดอลลาร์ ณ วันนี้มีค่ามากกว่าเงินดอลลาร์วันพรุ่งนี้ ได้เปิดช่องให้คนสามารถใช้เงินในการหากำไรจากเงินแทนที่จะเป็นจากตัวสินค้า แท้ที่จริงแล้วเงินควรเป็นเพียงตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเท่านั้นหาใช่สินค้าที่นำมาหากำไร
ความเข้าใจเรื่องลักษณะของตัวสินค้ายังสามารถทำให้เรากระจ่างในเรื่องนี้ได้มาก ลักษณะของสินค้าที่มีความต่างกัน (Non-homogenous property) เราสามารถให้เช่า และคิดค่าเช่าจากการใช้สินค้าตัวนั้นได้ เช่น บ้าน, รถยนต์ แต่หากเป็นสินค้าที่มีลักษณะเหมือนๆ กัน (Homogenous property) ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Ribawi property สินค้าประเภทนี้การให้ยืมเพื่อคิดค่าเช่า ทำไม่ได้เพราะถือว่าเป็นริบาอฺ เพราะสินค้าประเภทนี้ใช้หมดแล้วหมดเลย เช่น อาหาร, เงิน, น้ำ)

2. ดอกเบี้ยของธนาคารไม่ใช่ริบาอฺ เพราะไม่ได้เป็นส่วนเกินที่มากเกินพอดี ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอาลิอิมรอน อายะฮฺที่ 130 ระบุว่า “โอ้ผู้ศรัทธาจงอย่ากินริบาอฺหลายเท่าที่ทบทวี...” หากอัตราดอกเบี้ยไม่ได้ทวีคูณหลายเท่าดังเช่นดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจึงไม่ถือเป็นริบาอฺที่ถูกห้ามในอัลกุรอาน
(มีอายะฮฺอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องริบาอฺที่ควรศึกษาประกอบ ไม่ใช่แค่อายะฮฺนั้นอย่างเดียว เช่น ซูเราะฮฺบากอเราะฮฺ อายะฮฺที่ 278 “โอ้ผู้ศรัทธาจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด และจงละเว้นดอกเบี้ยที่ยังเหลืออยู่เสีย หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา” ไม่ว่าจำนวนจะมากหรือน้อยเพียงไร หากเข้าข่ายดอกเบี้ยข้างต้นก็ถือเป็นริบาอฺที่ถูกห้าม และต้องเข้าใจด้วยว่าอัลกุรอานเป็นคัมภีร์แห่งทางนำไม่ใช่หนังสือกฎหมาย บางครั้งคำหรือสำนวนที่ใช้ก็เพื่อโน้มน้าว เชิญชวน ไม่ใช่สื่อความตามตัวอักษรตรงๆ เช่น อายะฮฺที่ 41 ในซูเราะฮฺอัลบากอเราะฮฺที่ว่า “...จงอย่าได้นำโองการของข้าไปแลกเปลี่ยนกับราคาอันเล็กน้อย...” ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถนำโองการของอัลลอฮฺไปแลกเปลี่ยนกับราคาสูงๆ ได้ หรืออีกอายะฮฺที่ว่า “และพวกเจ้าจงอย่าฆ่าลูกๆ ของพวกเจ้าเนื่องด้วยกลัวความยากจน...” อัลอิสรออฺ อายะฮฺที่ 31 ก็ไม่ได้หมายความว่าหากเราฆ่าลูกด้วยเหตุผลอื่นมันจะฮะล้าล!! ดังนั้นความหมายของคำว่า “หลายเท่าที่ทบทวี” ในอายะฮฺข้างต้น จึงไม่ได้หมายความเพียงเฉพาะการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมากๆ เท่านั้นที่เป็นที่ต้องห้ามในอิสลาม)

3. การห้ามดอกเบี้ยอยู่ในช่วงปีสุดท้ายของการเป็นนบี ท่านรอซูลไม่ได้มีโอกาสอรรถาธิบายหรือให้คำจำกัดความมากนักในเรื่องนี้ และความไม่ชัดเจนของเรื่องนี้จัดอยู่ในกลุ่มอายะฮฺที่มีความหมายเป็นนัย ดังนั้นการห้ามริบาอฺจึงไม่ได้นับรวมดอกเบี้ยของระบบธนาคารในปัจจุบัน

(เป็นความจริงที่ท่านนบีพูดเรื่องการห้ามริบาอฺในคุตบะฮฺสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการห้ามดอกเบี้ยจะถูกพูดถึงเฉพาะในช่วงเวลานั้น เนื่องจากว่าคุตบะฮฺสุดท้ายเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่อยู่ ณ ที่นั่น การพูดย้ำในเรื่องการห้ามริบาอฺในคุตบะฮฺน่าจะถือเป็นสิ่งที่ท่านนบีเน้นย้ำมากกว่าเพิ่งพูดขึ้นมา ไม่เฉพาะอายะฮฺเรื่องดอกเบี้ยเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกอรรถาธิบายมากนัก การห้ามเรื่องเนื้อหมู เครื่องดื่มมึนเมา การพนัน การผิดประเวณี ก็ไม่ได้ถูกอธิบายไว้มากไปกว่ากันนัก
การกล่าวว่าอายะฮฺเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ยจัดอยู่ในกลุ่มอายะฮฺที่มีความหมายเป็นนัยนั้นไม่ถูกต้อง อายะฮฺที่มีความหมายเป็นนัยคืออายะฮฺที่ความหมายที่แท้จริงไม่มีใครสามารถทราบได้อย่างแน่ชัด ได้แก่ อายะฮฺที่ขึ้นต้นด้วยอักษรในบางซูเราะฮฺ เช่น อะลิฟ ลาม มีม หรืออายะฮฺที่กล่าวถึงคุณลักษณะของอัลลอฮฺ เช่น มือของอัลลลอฮฺ ในซูเราะฮฺอันนิซาอฺ อายะฮฺที่ 73
และความหมายที่ไม่กระจ่างชัดในอายะฮฺเหล่านี้ไม่ได้มีผลอะไรมากต่อความเป็นอยู่ของมุสลิม เนื่องจากกฎหมายอิสลามไม่ได้นำมาจากอายะฮฺเหล่านี้ ในขณะที่เรื่องริบาอฺกลับเป็นเรื่องที่แพร่หลายในภาคเศรษฐกิจและสังคม อันมีผลต่อความเป็นอยู่ของมุสลิมอย่างชัดเจน จะเป็นไปได้อย่างไรที่อายะฮฺที่มีความหมายเป็นนัย จะถูกคาดโทษขนาดที่ว่าใครกินริบาอฺคือผู้ที่ทำสงครามกับอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์)

4. ดอกเบี้ยควรเป็นที่อนุมัติในทุกวันนี้ เนื่องจากเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (ดะรูเราะฮฺ) เพราะสิ่งที่ฮะรอมสามารถกลายเป็นสิ่งที่ฮะล้าลได้ในสถานการณ์ที่เป็นเหตุจำเป็น เช่น การกินเนื้อหมูในยามที่คนใดคนหนึ่งกำลังจะตายเนื่องจากไม่มีอาหารยังชีพ

(เป็นเหตุจำเป็นจริงๆ หรือแค่การกังวลเกินเหตุไปเอง? มีความเป็นไปได้ไหมที่ความจำเป็นนั้นสามารถขจัดไปได้ด้วยหนทางที่ฮะล้าล?
ในระดับปัจเจก (ผู้กู้เงิน) จริงๆ แล้วเป้าหมายของการกู้ยืมเงิน (จากแหล่งเงินกู้ที่คิดดอกเบี้ย) เพื่อสิ่งที่จำเป็นอย่างที่สุดแน่หรือ? หนทางที่ฮะล้าลเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นถูกใช้หมดแล้วจริงๆ หรือ? (ลองตอบด้วยความบริสุทธิ์ใจดู)
ในระดับสถาบัน - การขจัดดอกเบี้ยออกจากระบบเศรษฐกิจก็ไม่ได้หมายความว่าธนาคารจำเป็นต้องให้กู้โดยไม่คิดผลตอบแทนเลยเท่านั้น เรื่องการให้กู้ยืมเงินในอิสลามเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ ด้วยวิธีคิดของอิสลามไม่ใช่ด้วยวิธีคิดที่ตะวันตกนำเสนอจนเราคิดไปเองว่า เราอยู่ไม่ได้โดยไม่มีดอกเบี้ย แม้การให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ที่เดือดร้อนเป็นสิ่งที่อิสลามส่งเสริม แต่การขอกู้ยืมเงิน สร้างหนี้สินเป็นสิ่งที่ไม่ส่งเสริมนักและควรใช้เมื่อกรณีจำเป็นจริงๆ เท่านั้น นอกจากการกู้ยืมเงินโดยไม่คิดค่าตอบแทนแล้ว อิสลามยังมีเครื่องมือทางการเงินรูปแบบอื่นๆ ที่สถาบันทางการเงินสามารถทำธุรกิจหาผลตอบแทนได้โดยไม่ใช้ดอกเบี้ย เช่น การแบ่งปันผลกำไร-ขาดทุนจากการทำธุรกิจร่วมกัน การเช่าซื้อ การขายของแบบเงินผ่อน เราอยู่ได้โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับดอกเบี้ย ทางที่ฮะล้าลนั้นกว้างหากมองด้วยสายตาของผู้มีความตักวา)

5. การห้ามดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ได้รวมถึงการกู้ยืมเงินเพื่อไปทำธุรกิจ เพราะดอกเบี้ยในสมัยท่านนบีที่เป็นที่ต้องห้ามนั้นเป็นดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจากเงินกู้เพื่อบริโภคที่เก็บจากคนจน จึงถูกห้ามเพราะสาเหตุหลักของการห้ามดอกเบี้ยก็คือความไม่ยุติธรรม การเอารัดเอาเปรียบ ต่างจากสมัยนี้ที่ดอกเบี้ยเงินกู้เรียกเก็บจากนักธุรกิจที่ร่ำรวยนำไปหากำไรจากการทำธุรกิจ ซึ่งการเรียกเก็บดอกเบี้ยจากคนพวกนี้จึงไม่ถือเป็นดอกเบี้ยที่ต้องห้าม เพราะไม่ได้เป็นการเอารัดเอาเปรียบ

(การกล่าวว่าเงินกู้เพื่อธุรกิจเพิ่งเกิดขึ้นในสมัยนี้นั้นไม่ถูกนัก เพราะว่ามีหลักฐานมากมายบอกว่าเงินกู้+ดอกเบี้ยเพื่อการทำการค้านั้นมีมาตั้งแต่ยุคแรกๆ แล้ว ในเมืองบาบิโลน สมัยอัสสีเรียน (2000 ปีก่อน ค.ศ.), (500 ปีก่อน ค.ศ.) ในกรีก, ในสมัยกษัตริย์จัสตีเนียนแห่งไบเซนไทน์ (ค.ศ.527-565) มีฮะดิษจำนวนมากระบุการแพร่หลายของเงินกู้+ดอกเบี้ยเพื่อการค้า และลักษณะการห้ามริบาอฺในอัลกุรอานรวมทุกประเภทของดอกเบี้ย ไม่ว่าประเภทของดอกเบี้ยเหล่านั้นจะเป็นที่แพร่หลายในช่วงเวลาของการประทานอัลกุรอานหรือไม่ก็ตาม
ความถูกต้องของธุรกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะของคู่สัญญาไม่ ลักษณะของธุรกรรมต่างหากที่กำหนดความผิดถูกของธุรกรรม เช่นเดียวกับที่การพนันและสิ่งมึนเมาเป็นที่ต้องห้ามไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือจน
คนจนกู้เงินเพื่อการบริโภค คนรวยกู้เงินเพื่อทำธุรกิจ เป็นสมมติฐานที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะคนรวยก็สามารถกู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อของฟุ่มเฟือยก็เป็นได้ คนจนก็อาจกู้เงินเพื่อไปทำธุรกิจหาเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนกัน)

6.ดอกเบี้ยที่ธนาคารให้แก่ผู้ออมเงิน และเรียกเก็บจากผู้กู้ เป็นส่วนชดเชยมูลค่าของค่าเงินที่ลดลงจากอัตราเงินเฟ้อ หาใช่ดอกเบี้ยที่ถูกห้ามไม่

(ถ้าส่วนเกินของเงินกู้เป็นผลการชดเชยค่าของเงินที่ลดลงจริงๆ แล้ว ธนาคารก็จะไม่มีแรงจูงใจในการทำธุรกิจ เพราะส่วนเกินที่ธนาคารเรียกเก็บจากผู้กู้จะเป็นแค่อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น
อัตราดอกเบี้ยไม่ได้ถูกกำหนดมาจากอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่ามันจะมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่บ้าง และอัตราดอกเบี้ยต่างหากที่เป็นสาเหตุของเงินเฟ้อ)

โลกที่ไม่มีดอกเบี้ย เป็นโลกที่เราไม่สามารถจินตนาการถึงได้ หากเรายังใช้วิธีคิดที่ไม่ใช่อิสลามทำความเข้าใจมัน


ตีพิมพ์ครั้งแรก หนังสือพิมพ์อะซาน เล่มไหนจำไม่ได้แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2009, 20:34:43 โดย อบู อับบาส » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

++ เราจะหวังเงินเดือนได้อย่างไร หากไม่ทำงาน ++
== เราจะหวังรางวัลได้อย่างไรหากไม่ทำดี ==
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1029


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 20:30:17 »

ญะซากัลลอฮฺค็อยร็อนครับ สำหรับบทความดี ๆ

อักษรตัวหนา คือชุบุฮาต (ข้อคลุมเครือ) เกี่ยวกับริบาอ์
อักษรตัวปกติ คือข้อตอบโต้ต่อชุบุฮาตดังกล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 21:05:49 »


อ้างถึง

(อันที่จริง เงินไม่ใช่สินค้า เงินเป็นเพียงสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน


อ่านเจอท่อนนี้ปุ๊บ สะอึกเลย...
สมัยนี้ คนเราทำุทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา เสมือนเงินคือสินค้า คือสิ่งที่ทุกคนต้องไขว้คว้า

..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
ชายคนหนึ่ง
"พึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ "
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1541


ภารโรงไอที


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 09:35:38 »

ญะซากัลลอฮฺค็อยร็อนครับ สำหรับบทความดี ๆ

อักษรตัวหนา คือชุบุฮาต (ข้อคลุมเครือ) เกี่ยวกับริบาอ์
อักษรตัวปกติ คือข้อตอบโต้ต่อชุบุฮาตดังกล่าว

ญะซากัลลอฮฺค็อยร็อนครับ สำหรับคอมเมนต์แนะนำในการศึกษาหาความรู้ครับผม

เพราะบางครั้ง บางบทความดี แต่ยังคลุมเครือกับสำนวน หากมีการเน้นแบบนี้และแนะนำก็อัลฮัมดูลิลละฮ์ ครับ จะได้ทราบและเข้าใจในตัวบท

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

*ชีวิตที่โดนการทดสอบที่เรารู้สึกว่าสาหัส
*บางทีเราก็เจ็บแทบขาดใจ
*แต่ด้วยความตักวา
*เราต้องมั่นคงที่จะเข้มแข็งให้ได้
*เพื่อพระองค์
kindness
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1899



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 11:14:12 »

ญะซากัลลอฮฺค็อยร็อนครับ สำหรับบทความดี ๆ

อักษรตัวหนา คือชุบุฮาต (ข้อคลุมเครือ) เกี่ยวกับริบาอ์
อักษรตัวปกติ คือข้อตอบโต้ต่อชุบุฮาตดังกล่าว

ถ้าไม่อ่านตรงนี้มีงงนะเนี่ย  Wink
ถ้าจะเปลี่ยนเป็นลักษณะข้อความให้ชัดแจ้ง เช่น ทำเป็นตัวเีอียงในข้อความที่คลุมเครือ  แล้วตอนชี้แจงก็ใส่ข้อความ"ชี้แจง" หน้าคำอธิบายไปด้วย

แต่ญาซากัลลอฮุคอยรอนมากๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เอาหรือไม่ที่ฉันจะแจ้งให้พวกท่านทราบถึงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวก ท่านมากกว่าอัด ดัจญาล?..(นั่นคือ)ชิรกฺ คอฟียฺ(ชิรกฺ ซ่อนเร้น) คือการที่คนๆหนึ่งลุกขึ้นมาละหมาด โดยเขาทำการละหมาดเสียอย่างงดงาม อันเนื่องจากการมองดูของคนๆหนึ่ง" (เศาะฮีฮฺ อิบนุ มาญะฮฺ 3389  โดยชัยคฺ อัล อัลบานียฺ)
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.103 วินาที กับ 22 คำสั่ง