อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
ธันวาคม 05, 2020, 02:59:03 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาถือศีลอดวันอาชูรอกันเถอะ  (อ่าน 4074 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
adminbriss
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 12, 2008, 07:30:05 »

เขียนโดย Abu Asybal     
ถึงแม้ การถือศีลอดในวันอาชูรอเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ ตามทัศนะของอุลามาอฺส่วนใหญ่ แต่ก็มีรายงานจากอิบนุอับบาสกล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม ไห้ความสำคัญกับการถือศีลอดมากกว่าวันนี้ หมายถึงวันอาชูรออฺ และการถือศีลอดในเดือนนี้ หมายถึงเดือนรอมฎอน” (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลข 2006)

1. มุหัรรอมและการถือศีลอด

มุหัรร็อมเป็นเดือนแรกแห่งปีจันทรคติ เป็นหนึ่งในบรรดาสี่เดือนที่ต้องห้าม ซึ่งอิสลามได้ส่งเสริมให้มุสลิมถือศีลอดกันในเดือนดังกล่าว ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวความว่า “การถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุดหลังจากเดือนรอมฎอนคือการถือศีลอดในเดือนมุหัรรอมของอัลลอฮฺ” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1163) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถือศีลอดในวันอาชูรอ

2. ความหมายของอาชูรอ

อิมาม นะวะวีย์ กล่าวว่า “อุลามาอฺส่วนใหญ่ทั้งสะลัฟและเคาะลัฟต่างมีความเห็นพ้องกันว่า วันอาชูรอ คือวันที่สิบของเดือนมุหัรรอม” (อัลมัจมูอฺ 6/352)

3. ยิวกับการถือศีลอดวันอาชูรอ
วันอาชูรอเป็นวันหนึ่งที่ชาวยิวให้ความสำคัญด้วยการถือศีลอด และถือว่าเป็นวันอีดวันหนึ่งของพวกเขา เพราะพวกเขาเชื่อว่าวันอาชูรอตรงกับวันที่อัลลอฮฺได้ทรงทำให้นบีมูซาและบนีอิสราเอลรอดพ้นจากการจับกุมของฟิรเอาน์และทำให้ฟิรเอาน์และกองทหารจมน้ำทะเล ดังนั้น นบีมูซาจึงถือศีลอด เพื่อแสดงความขอบคุณอัลลอฮฺ (บันทึกโดยบุคอรีย์ หมายเลข 2004, 2005,3397,3943)

4. คริสต์กับการถือศีลอดวันอาชูรออฺ
เช่นเดียวกับชาวคริสต์ที่ให้ความสำคัญกับวันอาชูรอด้วยการถือศีลอดในวันนั้น (บันทึกโดยมุสลิม 8/10) ส่วนเหตุผลนั้นอาจเป็นเพราะว่านบีอีซาเคยถือศีลอดในวันนั้นตามบัญญัติของนบีมูซาซึ่งยังไม่ถูกลบล้าง เพราะบัญญัติต่างๆของคริสต์ส่วนใหญ่จะรับมาจากคัมภีร์เตารอต (ฟัตหุลบารีย์ 4/291) วัลลอฮุ อะลัม

5. ชาวอาหรับกับการถือศีลอดวันอาชูรอ
ถึงแม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ด้านศาสนาของชาวอาหรับก่อนการเป็นรสูลของนบีมุหัมมัดจะเต็มด้วยการบูชาเจว็ดรูปปั้นต่างๆ แต่ก็มีบางสถานที่และวันสำคัญที่พวกเขาเชิดชูและให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในบรรดาวันสำคัญดังกล่าว คือวันอาชูรอ ซึ่งพวกเขาจะพากันถือศีลอดในวันนั้นอย่างพร้อมเพรียงกันและจัดงานฉลองอย่างเอิกเกริก (บันทึกโดยมุสลิม 8/4 ดู ฟัตหุลบารีย์ 4/288)

6. อาชูรอในบัญญัตของอิสลาม
ในขณะที่ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม พำนักอยู่ที่นครมักกะฮฺนั้น ท่านได้ถือศีลอดวันอาชูรออย่างต่อเนื่องตามชาวกุเรช หลังจากที่ท่านได้ฮิจเราะฮฺมายังนครมดีนะฮฺท่านพบว่าชาวยิวก็ถือศีลอดในวันอาชูรอเช่นเดียวกัน ดังนั้นท่านจึงสั่งให้บรรดาเศาะหาบะฮฺทำการถือศีลอดตามด้วย ซึ่งการถือศีลอดในช่วงนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่วายิบสำหรับมุสลิมทุกคน จนกระทั่งฟัรฎูรอมฎอนถูกประทานลงมาในปีที่สองแห่งฮิจเราะฮฺศักราช ดังนั้นการถือศีลอดวันอาชูรอจึงกลายเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺเท่านั้นตามทัศนะของอุลามาอฺส่วนใหญ่ (ดูอ้างอิงที่ผ่านมา)

7. ความสำคัญของวันอาชูรอ
ท่านรสูลุลลอฮฺได้สั่งกำชับให้ประชาชาติมุสลิมถือศีลอดในวันอาชูรอเพื่อร่วมชูโกรต่อเอกองค์อัลลอฮฺที่ทำให้นบีมูซาและบนีอิสราเอลรอดพ้นจากการถูกตามล่าของฟิรเอาน์และกองทหาร (บันทึกโดย มุสลิม หมายเลข 1130)

8. อิสลามต้องแตกต่างจากยิวและคริสต์

การดะวะฮฺของท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัมในระยะแรกนั้น ท่านพยายามจะปฏิบัติให้สอดคล้องกับบัญญัติของยิวและคริสต์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่ทรงผม เพื่อจะโน้มน้าวพวกเขาให้เข้ารับอิสลาม แต่แล้วท่านเห็นว่าวิธีการดังกล่าวไม่เกิดผลแต่อย่างใด ดังนั้นท่านจึงประกาศจุดยืนใหม่ด้วยการปฏิบัติศาสนกิจต่างๆที่ค้านกับบัญญัติของเขาเหล่านั้น เช่นเดียวกับการถือศีลอดวันอาชูรอ ซึ่งชาวยิวและคริสต์จะถือศีลอดกันในวันอาชูรอฺหรือวันที่สิบของเดือนมุหัรรอมวันเดียวเท่านั้น ดังนั้นท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม จึงสั่งให้ถือศีลอดเพิ่มก่อนหน้าวันที่สิบอีกหนึ่งวัน(วันที่เก้า) หรือหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน(วันที่สิบเอ็ด) เพื่อให้ค้านกับการปฏิบัติของชาวยิวและคริสต์ ท่านกล่าวความว่า “หากแม้นว่าฉันยังมีชีวิตถึงปีหน้า อินชาอัลลอฮฺ เราจะถือศีลอดกันในวันที่เก้า (อีกวันหนึ่ง)” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลข 1134) “จงถือศีลอดในวันอาชูรอ และจงทำให้แตกต่างจากการถือศีลอดของชาวยิว ด้วยการถือศีลอดอีกวันหนึ่งก่อนวันอาชูรอหรืออีกวันหนึ่งหลังจากนั้น” (บันทึกโดย อะหมัด1/241)

9. วิธีการถือศีลอดวันอาชูรอ
อุลามาอฺได้วางลำดับความประเสริฐของการถือศีลอดวันอาชูรออฺออกเป็นสามลำดับดังนี้คือ

1. ถือศีลอดต่อเนื่องกันสามวัน คือวันที่ 9-11 ถือว่าเป็นถือศีลอดที่ประเสริฐที่สุด

2. ถือศีลอดติดต่อกันเพียงสองวัน คือวันที่ 9-10 หรือ 10-11 ถือว่าเป็นการถือศีลอดที่มีความประเสริฐรองลงมา

3. ถือศีลอดในวันอาชูรออฺหรือวันที่สิบวันเดียว ถือว่าเป็นการถือศีลอดที่มีความประเสริฐน้อยที่สุด. (ฟัตหุลบารีย์ 4/246 อัลฟะตาวีอัลกุบรอย์ อัลฟิกฮิยยะฮฺ 2/68)

10. ความประเสริฐของการถือศีลอดวันอาชูรอ
การถือศีลอดในวันอาชูรออฺสามารถลบล้างบาป (เล็ก) ต่างๆสำหรับหนึ่งปีที่ผ่านมา (บันทึกโดย มุสลิม หมายเลข 1162)

11. ภารกิจอื่นจากการถือศีลอดในวันอาชูรอ
ไม่มีรายงานที่เชื่อถือได้ว่าในสมัยท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮฺ

อลัยฮิ วะสัลลัม และบรรดาเศาะหาบะฮฺ ตลอดจนชนรุ่นแรกในหมู่สะลัฟ มีการปฏิบัติหรือส่งเสริมให้ปฏิบัติภารกิจอื่นจากการถือศีลอดในวันอาชูรออฺนี้ เช่นการกวนข้าวสูรอและอื่นๆ.

ดังนั้นท่านฟัยรูซฺ อะบาดีย์ กล่าวว่า “ได้มีหะดีษ (ที่ถูกต้อง) ที่บ่งบอกถึงสุนนะฮฺให้ถือศีลอดในวันอาชูรอ ส่วนหะดีษอื่นๆที่เกี่ยวกับความประเสริฐของการละหมาดในวันอาชูรอ การให้ทาน การย้อมสีเคราและมือ การใส่น้ำหอมบนหัว การทาขนตาให้ดำ การหุงต้ม (เช่นการกวนชูรอ เป็นต้น) และอื่นๆ ล้วนเป็นหะดีษที่เมาฎูอฺและกุขึ้นมาทั้งสิ้น” (สิฟรุล สะอาดะฮฺ หน้า 150) วัลลอฮุ อะลัม

12. การเรียกร้องและเชิญชวน
ถึงแม้ว่าการถือศีลอดในวันอาชูรอเป็นสุนนะฮฺมุอักกะดะฮฺ ตามทัศนะของอุลามาอฺส่วนใหญ่ แต่ก็มีรายงานจากอิบนุอับบาสกล่าวว่า “ฉันไม่เคยเห็นท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม ไห้ความสำคัญกับการถือศีลอดมากกว่าวันนี้ หมายถึงวันอาชูรออฺ และการถือศีลอดในเดือนนี้ หมายถึงเดือนรอมฎอน” (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลข 2006)

ท่านรสูลไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการถือศีลอดในวันอาชูรอเท่านั้น ซ้ำท่านยังมีคำสั่งให้บรรดาเศาะหาบะฮฺออกป่าวประกาศตามหมู่บ้านต่างๆให้ทุกคนถือศีลอดกันในวันอาชูรออีกด้วย ด้วยคำกล่าวที่ว่า “จงป่าวประกาศแก่ประชาชนว่า ผู้ใดที่ได้ทานอะไรลงไปแล้วก็จง(หยุดทานและ)ถือศีลอดในเวลาที่ยังเหลืออยู่ และผู้ใดที่ยังไม่ได้ทานอะไรลงไปก็จงถือศีลอดเสีย เพราะวันนี้คือวันอาชูรอ” (บุคอรีย์ หมายเลข 2007) เช่นเดียวกับบรรดาเคาะลีฟะฮฺทั้งสี่ ซึ่งทุกท่านต่างให้ความสำคัญกับการถือศีลอดในวันอาชูรอเป็นอย่างมาก (เอาญะซุลมะสาลิก 5/96)

ดังที่มีรายงานจากอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบว่า ท่านได้ส่งตัวแทนให้ป่าวประกาศแก่ประชาชนว่า “พรุ่งนี้เป็นอาชูรออฺ ดังนั้นพวกเจ้าทั้งหลายจงถือศีลอดเสีย และจงสั่งกำชับให้ลูกเมียของพวกเจ้าถือศีลอดด้วย”. (บันทึกโดย มาลิก หมายเลข 668)

ท่านมุอาวิยะฮฺ บิน อบีสุฟยาน ได้กล่าวปราศรัยในวันอาชูรอหลังจากเทศกาลฮัจญ์ว่า “บรรดาอุลามาอฺของพวกเจ้าอยู่ใหน? วันนี้คือวันอาชูรอ อัลลอฮฺไม่ได้บังคับให้พวกเจ้าถือศีลอดในวันนี้ แต่ฉันเป็นคนที่ถือศีลอดในวันนี้ ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเจ้าพอใจที่จะถือศีลอดก็จงถือเสีย และผู้ใดที่จะทานอาหาร (ไม่ถือศีลอด) ก็จงทานเสีย”. (บันทึกโดย บุคอรีย์ หมายเลข 2003 มุสลิม หมายเลข 1129). วัลลอฮุ อะลัม
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
RAO
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 399


رجال صدقوا الله


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 02, 2009, 11:38:31 »

ปีนี้ วันอาชูรอ  ตรงกับวันไหนครับ Huh?
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

عَوْدَةٌ إلى الْْكِتَابِ والسُّنَّة بِفَهْمِ سَلَفِ الأُمَّة
رباه لو بلغت ذنوبي عنان السماء ما يئست من رحمتك
น้องตัวเล็ก
ทำงานแลกเกลือ
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 734



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 02, 2009, 12:26:35 »

วันที่  9 เดือน มุหัรรอม ปีฮิจเราะฮฺศักราช ที่ 1430   
ตรงกับ วันองคารที่ 6 มกราคม 2552

9 - 11 มุหัรรอม ปีนี้
ตรงกับวันที่ 6 - 8 มกราคม 2552
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

[ขอให้เรารักกัน พบกัน จากกันเพื่ออัลลอฮฺ แล้วมันจะทำให้เรามีความสุขเมื่อเรารักใครสักคนเพื่ออัลลอฮฺ ]
nuimee อ่านว่า นุ-อัย-มี่
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 148



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 02, 2009, 21:47:06 »


เดือนมุฮัรรอมเป็นเดือนหนึ่งในบรรดาสี่เดือนที่ต้องห้าม(อัลอัชฮุรุลหุรุม) ดังพระกำหนดที่ถูกระบุในซูเราะตุตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 36 ซึ่งมีใจความว่า



إِنَّ عِدَّةَ الشُّهُوْرِ عِنْدَ اللهِ اثْنَا عَشَرَ شَهْرَا فِيْ كِتَابِ اللهِ يَوْمَ خَلَقَ السَّمَوَاتِ وَالأَرْضَ مِنْهَا أَرْبَعَةٌ حُرُمٌ


“แท้จริงจำนวนเดือน ณ อัลลอฮฺนั้นมีสิบสองเดือนในคัมภีร์ของอัลลอฮฺ ตั้งแต่วันที่พระองค์ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน จากเดือนเหล่านั้นมีสี่เดือนซึ่งเป็นเดือนที่ต้องห้าม...”


ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้อธิบายว่า สี่เดือนที่ต้องห้ามนั้นคือ เดือนซุลกะอฺดะฮฺ ซุลฮิจญะฮฺ มุฮัรรอม และรอญับมุฎ็อร โดยสามเดือนแรกเป็นสามเดือนต่อเนื่องกัน แต่เดือนรอญับที่ถูกแยกมาเป็นเดือนที่ต้องห้ามระหว่างเดือนญุมาดาอัลอาคิเราะฮฺกับเดือนชะอฺบาน เพราะในประวัติศาสตร์ของอาหรับก่อนยุคอิสลาม ชาวเผ่ารอบีอะตุบนุนิซารได้เรียกเดือนรอมฎอนว่าเดือนรอญับ และถือเป็นเดือนต้องห้ามแทนเดือนรอญับของเผ่ามุฎ็อร ซึ่งเดือนรอญับของมุฎ็อรเป็นการกำหนดที่ถูกต้องตามศาสนบัญญัติ จึงทำให้ท่านนบีเน้นในการกำหนดเดือนต้องห้ามว่าเป็นเดือนรอญับของมุฎ็อร

ส่วนเดือนมุฮัรรอมนั้นนอกจากเป็นเดือนต้องห้ามแล้ว ยังมีความประเสริฐอีกหลายประการดังต่อไปนี้

1. การถือศีลอดในเดือนมุฮัรรอม เป็นการถือศีลอดที่มีความประเสริฐยิ่ง ซึ่งมีตำแหน่งรองจากเดือนรอมฎอน ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า


أَفْضَلُ الصِّيَامِ بَعْدَ رَمَضَانَ شَهْرُ اللهِ المُحَرَّمُ


ซึ่งมีใจความว่า “การถือศีลอดที่ประเสริฐยิ่งหลังจากเดือนรอมฎอน คือการถือศีลอดเดือนของอัลลอฮฺที่ต้องห้าม(อัลมุฮัรรอม)” (บันทึกโดยอิมามมุสลิม อบูดาวู้ด และติรมีซีย์)

ดังนั้น ผู้ใดมีความสามารถที่จะถือศีลอดในเดือนมุฮัรรอมทุกวัน เกือบทุกวัน หรือบางวัน ก็เป็นการดีในการให้เกียรติเดือนที่ต้องห้ามนี้ หากไม่สามารถถือศีลอดหลายวัน ก็ให้ปฏิบัติความประเสริฐประการต่อไป

2. การถือศีลอดวันที่ 10 มุฮัรรอม ที่เราเรียกกันว่า อาชูรออฺ ซึ่งเป็นวันที่มีเกียรติในศาสนาอื่นด้วย เช่น ศาสนายิว เพราะเป็นวันที่ท่านนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม ได้รับความปลอดภัยจากฟิรเอานฺ จึงเป็นวันแห่งการขอบคุณของบนีอิสรออีล และเป็นที่รู้กันดีว่าท่านนบีมูซา ได้ถือศีลอดในวันนี้ เมื่อท่านนบีมุฮัมมัด อพยพไปยังเมืองมะดีนะฮฺ และท่านได้ทราบว่าชาวยิวที่อาศัยอยู่ในเมืองมะดีนะฮฺกำลังถือศีลในวันนั้น ท่านนบีจึงประกาศให้เป็นวันถือศีลอดของชาวมุสลิมด้วย โดยกล่าวว่า


أَنَا أَحَقُّ بِمُوْسَى مِنْكُمْ فَصَامَهُ وَأَمَرَ بِصِيَامِهِ


“ฉันมีข้อเกี่ยวพันกับมูซามากกว่าพวกท่าน(โอ้ชาวยิว)” ท่านนบีจึงถือศีลอดวันนั้นและใช้ให้บรรดามุสลิมีนถือศีลอดด้วย” (บันทึกโดยบุคอรียฺและมุสลิม)

บรรดานักปราชญ์อิสลามชี้แจงว่า ในช่วงแรกการถือศีลอดวันอาชูรออฺ(สิบมุฮัรรอม)เป็นวายิบ(จำเป็นต้องปฏิบัติ) เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีการใช้ให้ถือศีลอดเดือนรอมฎอน จึงถือเป็นการถือศีลอดฟัรฎูของมุสลิม แต่หลังจากที่มีบทบัญญัติใช้ให้บรรดามุสลิมีนถือศีลอดเดือนรอมฎอนเป็นฟัรฎูแล้ว ท่านนบีมุฮัมมัด ก็ไม่ได้บังคับให้ถือศีลอดในวันนี้ แต่ยืนยันในความประเสริฐด้วยถ้อยคำอันชัดเจน เช่น


سُئِلَ عَنْ صَوْمِ يَوْمِ عَاشُوْرَاءَ فَقَالَ يُكَفِّرُ السَّنَةَ المَاضِيَةَ


ท่านนบีถูกถามถึงการถือศีลอดในวันอาชูรออฺ ท่านตอบว่า “ลบล้างความผิดตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา” (บันทึกโดยมุสลิม)

ดังนั้น บรรดาอุละมาอฺจึงมีความเห็นตรงกันถึงความประเสริฐของการถือศีลอดในวันอาชูรออฺ แต่อุละมาอฺส่วนมากมีความเห็นชอบให้ถือศีลอดวันตาซูอาอฺไปด้วย คือวันที่ 9 ของเดือนมุฮัรรอม ซึ่งท่านนบี ได้กล่าวว่า


لَئِنْ بَقِيْتُ إِلَى قَابِلٍ َلأَصُوْمَنَّ التَّاسِعَ وَالعَاشِرَ
“หากฉันมีชีวิตถึงปีหน้า แน่นอน ฉันจะถือศีลอดวันที่เก้าและวันที่สิบ” (บันทึกโดยอิมามอะหมัด)

และอุละมาอฺบางท่านมีความเห็นชอบให้ถือศีลอดวันที่ 11 รวมไปด้วย เพราะมีหะดีษบทหนึ่งบ่งชี้ถึงการถือศีลอดวันก่อนอาชูรออฺและวันหลังอาชูรออฺ แต่เนื่องจากหะดีษนี้มีสายสืบอ่อนมาก(ฎออีฟญิดดัน) จึงไม่ควรนำมาใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจ

3. การทำอิบาดะฮฺ ทำความดี และละเว้นความชั่วทุกชนิด เดือนมุฮัรรอมถือเป็นวาระสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอัลลอฮฺ ได้ทรงกำชับบรรดาผู้ศรัทธาไม่ให้อธรรมตัวเองในเดือนที่ต้องห้าม หมายถึง ไม่ให้ละเมิดกรอบสิ่งที่ต้องห้าม และไม่ให้ละเว้นสิ่งที่ต้องปฏิบัติ


สำหรับเดือนมุฮัรรอมมีความประเสริฐบางประการที่บางกลุ่มบางลัทธิได้เชื่อถือ แต่หาได้มีหลักฐานรับรองในความประเสริฐนั้นไม่ เช่นตัวอย่างดังต่อไปนี้


ความเชื่อว่าวันที่ 10 มุฮัรรอมเป็นวันที่ท่านนบีนูหฺได้รับความปลอดภัยจากน้ำท่วมด้วยเรือลำใหญ่ที่อัลลอฮฺทรงสอนให้ท่านนบีนูหฺสร้างเพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ศรัทธา ซึ่งหะดีษที่กล่าวถึงเรื่องนี้อยู่ในระดับที่เชื่อถือมิได้ ดังนั้น ทางความศรัทธาไม่อนุญาตให้เชื่อในสิ่งที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนรองรับ
ความเชื่อว่าวันที่ 10 มุฮัรรอมนั้นให้ทำขนมหรือแจกขนมชนิดหนึ่งชนิดใด โดยเชื่อว่าการทำขนมเฉพาะให้วันที่สิบมุฮัรรอมนั้นมีความประเสริฐเป็นพิเศษ ซึ่งความเชื่อเช่นนี้มีความคลาดเคลื่อนและผิดหลักการใน 2 ประเด็น

ประเด็นแรก คือ เป็นการกระทำที่ไม่มีหลักฐานรองรับ และการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดถ้าเราเชื่อว่ามีผลบุญ (เช่นเชื่อว่าทำขนมในวันอาชูรออฺมีผลบุญเป็นพิเศษ) ถ้าไม่มีหลักฐานในการกระทำนั้นๆ ก็จะถือว่าเป็นบิดอะฮฺที่ต้องละทิ้ง

ประเด็นที่สอง คือ เป็นพฤติกรรมที่ถูกริเริ่มด้วยกลุ่มอันนะวาศิบ คือกลุ่มที่เกลียดชังท่านอะลี อิบนุอบีฏอลิบ และอะหฺลุลบัยตฺ(ครอบครัวและลูกหลานของท่านนบี) กลุ่มเหล่านี้ได้แสดงความดีใจในการเข่นฆ่าท่านอัลหะซัยนฺ อิบนุอะลี (ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุมา) ในวันที่ 10 มุฮัรรอม จึงทำขนมและแจกเพื่อแสดงความยินดีในเหตุการณ์นั้น และกลุ่มนะวาศิบก็จะเป็นกลุ่มตรงข้ามกับกลุ่มชีอะฮฺร่อวาฟิฎ กล่าวคือ กลุ่มชีอะฮฺร่อวาฟิฎจะรักอะหฺลุลบัยตฺอย่างเลยเถิด และกลุ่มนะวาศิบจะเกลียดอะหฺลุลบัยตฺโดยไม่มีเหตุผล และระหว่างสองกลุ่มก็จะมีอะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺที่รักใคร่อะหฺลุลบัยตฺตามขอบเขตของอิสลามและด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง

http://islaminthailand.blogspot.com/2008/07/blog-post_6108.html
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
accounting
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 22



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 02, 2009, 21:51:36 »

เดือนที่แล้ว (ซุลฮิจญะฮฺ) วันอะรอฟะฮฺ ก็ accident ถือศีลอดไม่ได้
เดือนนี้ (มุหัรร็อม) วันอาชูรอ ก็ accident อีกแล้ว ถือศีลอดไม่ได้อีก
อะไรมันจะแจ๊กพ็อต 2 ครั้ง 2 ครา ซ้อนๆกันแบบนี้ก็ไม่รู้
แล้วอย่างนี้ วันที่ส่งเสริมให้ถือศีลอดสุนนะฮฺ แล้วเกิด accident แบบนี้ ควรทำยังไงดี
มีอามัลอย่างอย่างอื่นที่ส่งเสริมให้ทำ ที่พอจะใกล้เคียงหรือทดแทนการถือศีลอดสุนนะฮฺได้บ้างหรือไม่
ใครมีความรู้ ช่วยชี้แจงแถลงไขให้ทราบด้วยนะคะ
ญาซากัลลอฮุค็อยรอน ล่วงหน้าค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2210


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 02, 2009, 22:59:42 »

เจตนาดีแต่มีเหตุจำเป็นทำตามเจตนาไม่ได้ อินชาอัลลอฮฺ ได้บุญเหมือนว่าทำกับเขาด้วย .. วัลลอฮฺอะอฺลัม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 02, 2009, 23:34:13 »



บางครั้ง การถามอะไรที่มากเกินไป ก็เป็นเรื่องไม่ดี..
แต่เอาเป็นว่า อยากถามก็แล้วกันนะ

 Grin Grin


คืองี้ จำได้ว่า หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เราทำปกติ แต่ครั้งนี้ เราไม่ได้ทำ เราก็ชดได้
เช่นเป็นคนที่ละหมาดสองรอกาอัตก่อนซุบฮีตลอด รอบเช้านี้ ไม่ทันหรืออะไรก็แล้วแต่ เราชดได้ (ชิมิ?)

เกิดสงสัยเล่นๆ (ไม่ตอบไม่เป็นไรนะคะ)
ก็ถือศิลอดตามซุนนะฯ วันที่เก้า กับ สิบ ของเดือนนี้ทุกปี
แต่ปีนี้มีเหตุฯ เราชดได้ป่าว?



จะเจอข้อหา new innovation ป่าวเน๊ยะ?  Embarrassed Embarrassed
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
ด้วยความจริงใจ
แล้วเราก็ได้มาเจอกันอีก ... ขอบคุณอัลลอฮฺ
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2210


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 02, 2009, 23:56:34 »

ความเห็นหนึ่ง ของมัซฮับ ชาฟิอีย์ ว่า "ให้ถือศีลอดชดได้" .. ตามลิงก์นี้

http://www.islamweb.net/ver2/fatwa/ShowFatwa.php?lang=A&Id=71722&Option=FatwaId
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 03, 2009, 09:21:07 »

ความเห็นหนึ่ง ของมัซฮับ ชาฟิอีย์ ว่า "ให้ถือศีลอดชดได้" .. ตามลิงก์นี้

http://www.islamweb.net/ver2/fatwa/ShowFatwa.php?lang=A&Id=71722&Option=FatwaId

มีคนเค้าคิดแบบเจ้ด้วยเหรอ? (ที่เขียนไปนั้น กะว่าคงจะโดนดุแน่เลยว่า คิดอะไรแผลงๆ ....)  Embarrassed Embarrassed

(ว่าแต่ว่า ลิงก์เค้าว่าไงไม่รู้นะ อ่านออกแค่ อาลา อีลา วา...อะไรเทือกนี้ ที่เหลือ อ่านไม่ออกซักคำ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 03, 2009, 09:24:08 โดย SunShine » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
Abu Sofwan
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2727



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 03, 2009, 14:14:33 »



และอุละมาอฺบางท่านมีความเห็นชอบให้ถือศีลอดวันที่ 11 รวมไปด้วย เพราะมีหะดีษบทหนึ่งบ่งชี้ถึงการถือศีลอดวันก่อนอาชูรออฺและวันหลังอาชูรออฺ แต่เนื่องจากหะดีษนี้มีสายสืบอ่อนมาก(ฎออีฟญิดดัน) จึงไม่ควรนำมาใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจ


ตรงนี้บางท่านอ่านแล้วอาจจะไม่ค่อยเคลียร์ ถือโอกาสขยายความสักนิดละกัน..

ส่วนที่ระบุว่า "จึงไม่ควรนำมาใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจ" หมายถึง หะดีษบทดังกล่าวมีสายสืบที่อ่อนมาก ไม่ควรยึดเป็นหลักฐานส่งเสริมให้ถือวันที่ 11

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าถือวันที่ 11 ด้วยแล้วจะกลายเป็นบิดอะฮฺอุตริกรรม ถ้าหากเราสะดวกที่จะถือวันที่ 11 หรืออยากจะถือวันนั้นด้วย โดยไม่ได้มีเจตนาจะยึดหะดีษดังกล่าวเป็นหลักฐาน  เพราะเดือนมุหัรรอมทั้งเดือน จะถือวันไหนก็ได้ ในบทความข้างต้นเองก็ระบุไว้ว่า

อ้างถึง
ดังนั้น ผู้ใดมีความสามารถที่จะถือศีลอดในเดือนมุฮัรรอมทุกวัน เกือบทุกวัน หรือบางวัน ก็เป็นการดีในการให้เกียรติเดือนที่ต้องห้ามนี้ หากไม่สามารถถือศีลอดหลายวัน ก็ให้ปฏิบัติความประเสริฐประการต่อไป



เคยมีคนถาม เลยขยายความอีกครั้ง เพราะบางทีเรื่องแบบนี้ อาจจะทำให้สับสนได้เหมือนกัน

วัลลอฮุอะลัม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 03, 2009, 14:23:52 โดย 'aBuSoFwAn' » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ibnuC9
สมาชิกอิกเราะอ์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 30



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 06, 2009, 21:24:08 »

พอดีเปิดเว็บเจอว่า...
صيام عاشوراء حرام بل هو استهزاء
อยากให้ผู้รู้ช่วยให้ความกระจ่างหน่อยครับ ทำไมเขาถึงบอกว่า ถือศีลอดในวันอาชูรออฺนี้หะรอม และเป็นการดูหมิ่นด้วย

เว็บไซด์นี้ครับ
http://www.bahrainforums.com/showpost.php?p=2721605&postcount=25
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

   
Abu Sofwan
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2727



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 07, 2009, 09:19:18 »


พอดีเปิดเว็บเจอว่า...
صيام عاشوراء حرام بل هو استهزاء
อยากให้ผู้รู้ช่วยให้ความกระจ่างหน่อยครับ ทำไมเขาถึงบอกว่า ถือศีลอดในวันอาชูรออฺนี้หะรอม และเป็นการดูหมิ่นด้วย

เว็บไซด์นี้ครับ
http://www.bahrainforums.com/showpost.php?p=2721605&postcount=25


ในเว็บนั้น เค้าอ้างความเชื่ออันงมงายของศาสนาชีอะฮฺรอฟิเฎาะฮฺนะครับ จริงๆ ประโยคนั้นยังไม่จบครับ ลองดูดีๆอีกทีเค้าเขียนว่า

صيام عاشوراء حرام بل هو استهزاء بمصيبة الإمام الحسين وما هي الا فتوة أصدرها الأمويين فرحاً و شماتة بمقتل حفيد رسول الله الإمام الحسين

"การถือศีลอดวันอาชูรอนั้นหะรอม ทั้งยังเป็นการดูหมิ่นเหตุการณ์ความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นกับท่านอิหม่ามหุเซน มันเป็นเพียงฟัตวาที่ออกโดยพวกอุมัยยะฮฺ เพื่อแสดงถึงความยินดี และสะใจกับการตายของหลานท่านเราะสูล อิหม่ามหุเซน"

(หมายเหตุ : ภาษาอาหรับบางคำผิดหลักไวยากรณ์จากผู้โพสต์เดิมตามลิงค์ที่ให้มา)


แนวความคิดแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร สำหรับศาสนาชีอะฮฺรอฟิเฎาะฮฺอันสกปรกโสมม..วัลอิยาซุบิลลาฮฺ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Abu Sofwan
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2727



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 10, 2009, 21:26:21 »


เดือนมุหัรรอมเหลืออีกไม่กี่วันแล้ว อย่าลืมถือศึลอดสุนัตกันนะครับ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Abu Muhammad
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1148


MARHABAN


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2020, 21:23:59 »

อาชูรอ เดือนมุหัรร็อม 1442 ตรงกับวันที่เสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2020 ตามปฏิทิน อมมุลกุรอ หรือ 30 สิ่งหาคมตามการดูเดือนของสำนักจุฬา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.112 วินาที กับ 22 คำสั่ง