อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
กุมภาพันธ์ 21, 2020, 00:46:14 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ประกาศย้ำอีกครั้งแก่สมาชิกทุกท่านนะครับว่า อิกเราะอ์ฟอรั่มไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเว็บเพื่อการโฆษณาแฝงเชิงการค้าทุกประเภทครับ ... ชุกร็อน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 22:42:39 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย Ābir
การขัดขืนของวลีในการทำสมรส


ความหมายการขัดขืนของวลีคอศ
   คือการที่วลีขัดขืนปฏิเสธการทำสมรสเมื่อผู้หญิงบรรลุศาสนภาวะและมีสติสัมปชัญญะได้ร้องขอให้ทำการสมรสกับผู้ชายที่คู่ควร

   ท่านอิมามอัน-นะวะวีย์กล่าวถึงสาเหตุของการเกิดการขัดขืนของวลีว่า
وَإِنَّمَا يَحْصُلُ العَضْلُ إِذَا دَعَتْ بَالِغَةٌ عَاقِلَةٌ إِلى كُفْءٍ وَامْتَنَعَ
“และที่จริง จะเกิดการขัดขืนได้ต่อเมื่อผู้หญิงที่บรรลุศาสนภาวะและมีสติสัมปชัญญะได้ร้องขอให้วลีทำการสมรสกับผู้ชายที่คู่ควร แต่เขาปฏิเสธ” (มินฮาจญ์ อัฏ-ฏอลิบีน, 207)


ผู้มีสิทธิ์ทำการสมรสเมื่อวลีคอศขัดขืนไม่ยอมทำการสมรส
ตามมัซฮับชะฟีอีย์ ผู้มีสิทธิ์ทำการสมรสเมื่อวลีคอศขัดขืนปฏิเสธทำการสมรส คือ
1.วลีอาม หากวลีคอศขัดขืนทำการสมรสหลังจากผู้หญิงได้ร้องขอไม่ถึง 3 ครั้ง

อิมามอัน-นะวะวีย์กล่าวว่า
فَإِنْ فُقِدَ الْمُعْتِقُ وَعَصَبَتُهُ زَوَّجَ السُّلْطَانُ، وَكَذَا يُزَوِّجُ إِذَا عَضَلَ الْقَرِيبُ والْمُعْتِقُ
“หากไม่มีนายทาส (กรณีที่เจ้าสาวเป็นทาส) และทายาทภาคส่วนเหลือ (วลีที่เป็นเครือญาติ) ให้ผู้ปกครองทำการสมรสให้ และเช่นเดียวกัน หากวลีเครือญาติหรือนายทาสขัดขืนไม่ยอมทำการสมรส (ก็ให้ผู้ปกครองทำการสมรสให้)” (มินฮาจญ์ อัฏ-ฏอลิบีน, 207)

2. วลีอับอัด หากวลีอักร็อบขัดขืนปฏิเสธทำการสมรสหลังจากผู้หญิงได้ร้องขอตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป

อัล-มัฆรอวียฺกล่าวว่า
وَلَا تنْتَقل لِلأَبْعَد إِذا كَانَ العَضْلُ دُوْنَ ثَلَاثٍ فَإِنْ كَانَ ثَلَاثًا زَوَّجَ الْأَبْعَد
“และจะไม่ย้าย (อำนาจการแต่งงาน) ไปสู่วลีอับอัด หากการขัดขืนนั้นน้อยกว่า 3 ครั้ง และหากขัดขืน 3 ครั้ง (หรือมากกว่า) ให้วลีอับอัดทำการสมรส” (อัส-สิรอจญ์ อัล-วะฮฺฮาจญ์, 366)

การที่วลีขัดขืนไม่ยอมทำการสมรสให้ผู้หญิงที่อยู่ใต้การปกครองสามครั้ง วลีนั้นถือเป็นบุคคลฟาสิค จึงขาดคุณสมบัติการเป็นวลี อำนาจการทำการสมรสจึงตกเป็นของวลีอับอัด แต่ถ้าขัดขืนไม่ถึงสามครั้ง ยังไม่อาจตัดสินได้ว่าเป็นบุคคลฟาสิค อำนาจจึงตกเป็นของวลีอาม
ทั้งนี้ เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่า วลีขัดขืนไม่ยอมทำการสมรสโดยไร้เหตุผลจริง


หุก่มการขัดขืนปฏิเสธการทำสมรส
   ถือเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) และจำเป็นต้องถอนอำนาจการแต่งงานจากวลีคนดังกล่าวหากเป็นไปตามเงื่อนไขทุกประการ

แนวทางการตัดสินวลีที่ขัดขืนไม่ยอมทำการสมรส
การจะตัดสินวลีว่าขัดขืนการทำสมรสหรืออัฎล์ ถือเป็นคดีที่ต้องตัดสินตามกระบวนการพิพากษาที่ต้องมีการไต่สวน เพราะมีโจทย์และจำเลย

   ท่านอิมามอัน-นะวะวีย์กล่าวว่า
وَلَا يَتَحَقَّقُ الْعَضْلُ حَتَّى يَمْتَنِعَ بَيْنَ يَدَيِ الْقَاضِي
“และไม่ถือว่าเป็นการอัฎล์ จนกว่า (วลี) จะขัดขืนไม่ยอมทำการสมรสต่อหน้าผู้พิพากษา” (เราะเฎาะฮฺ อัฏ-ฏอลิบีน, 7/58)


   ดังนั้น แนวทางการตัดสินจึงเหมือนกับการตัดสินคดีความทั่วไป ดังนี้
1. ผู้พิพากษาหรือผู้ตัดสินต้องเชิญบุคคล 3 คนเมื่อมีการพิจารณา นั่นคือ
        1.1 โจทย์ นั่นคือผู้หญิงที่ฟ้องวลีของตัวเองต่อผู้พิพากษาว่าขัดขืนไม่ยอมทำการสมรสให้กับผู้ชายที่คู่ควรกับนาง
        1.2 จำเลย นั่นคือวลีที่ถูกฟ้องว่าขัดขืนไม่ยอมทำการสมรสให้ผู้หญิงที่อยู่ใต้การปกครองของตัวเอง
        1.3 ผู้ชายที่ผู้หญิงประสงค์จะแต่งงานด้วย

ท่านอิมามอันนะวะวีย์กล่าวว่า
وَذَلِكَ بِأَنْ يَحْضُرَ الْخَاطِبُ وَالْمَرْأَةُ وَالْوَلِيُّ
“นั่นคือการที่ฝ่ายทาบทาม (ผู้ชาย), ผู้หญิง, และวลีอยู่ต่อหน้าผู้พิพากษา” (เราะเฎาะฮฺ อัฏ-ฏอลิบีน, 7/58)

2. ผู้พิพากษาหรือผู้ตัดสินต้องทำการไต่สวน
        2.1 โจทย์ (ผู้หญิง)
             2.1.1 คุณสมบัติของผู้หญิง
             2.1.2 การร้องขอให้วลีทำการสมรส ว่าได้มีการร้องขอจริงหรือไม่ จำนวนกี่ครั้ง
             2.1.3 การฟ้องร้อง กล่าวคือผู้หญิงต้องฟ้องร้องผู้พิพากษา และพิจารณามูลเหตุของการฟ้องร้อง
       2.2 จำเลย (วลี)
       พิจารณาเหตุผลของวลีที่ขัดขืนไม่ยอมทำการสมรสให้ผู้หญิง
       2.3 ผู้ชายที่ผู้หญิงประสงค์จะแต่งงานด้วย
        ว่ามีความ “คู่ควร” และสอดคล้องกับการให้การของวลีหรือไม่

3. หากปรากฏว่า เหตุผลของวลีนั้นฟังขึ้น ก็ไม่อาจทำการสมรสให้ผู้หญิงได้ แต่หากเหตุผลของวลีฟังไม่ขึ้น ให้ผู้พิพากษาสั่งให้วลีทำการสมรสให้ผู้หญิงที่อยู่ใต้การปกครอง และหากวลีขัดขืน ให้ผู้พิพากษาทำการสมรสแทน

อิมามอัน-นะวะวีย์กล่าวว่า
وَيَأْمُرَهُ الْقَاضِي بِالتَّزْوِيجِ فَيَقُولُ: لَا أَفْعَلُ، أَوْ يَسْكُتُ، فَحِينَئِذٍ يُزَوِّجُهَا الْقَاضِي
“และผู้พิพากษาสั่งให้วลีทำการสมรส หากวลีพูดว่า ฉันไม่ทำ หรือเขานิ่งเงียบไป เช่นนี้ ก็ให้ผู้พิพากษาทำการสมรสแทน” (เราะเฎาะฮฺ อัฏ-ฏอลิบีน, 7/58)


 2 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2020, 22:21:58 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย Ābir
การขัดขืนของวลีในการทำสมรส
(عضل الولي)

บทนำ


วลีของผู้หญิงในการสมรส คือ ผู้ปกครองและรับผิดชอบดูแลนาง การสมรสถือเป็นโมฆะหากไม่มีวลีของผู้หญิง

ประเภทของวลี
   วลีแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
1.   วลีคอศ
2.   วลีอาม
3.   วลีตะหฺกีม


วลีคอศ
คือ วลีที่เป็นเครือญาติซึ่งเป็นเพศชายและไม่เป็นผู้สืบสันดานของผู้อยู่ในความปกครอง

ลำดับชั้นความใกล้ชิดของวลีคอศ
เหมือนลำดับความใกล้ชิดของทายาทภาคส่วนเหลือ (อะเศาะบะฮฺ) ในการแบ่งมรดก โดยละเว้นผู้สืบสันดาน เพราะไม่อาจเป็นวลีได้

ดังนั้น ลำดับวลีที่ใกล้ชิดกับผู้หญิงมากที่สุดคือ
1.   ผู้สืบสายโลหิต ได้แก่ บิดา ปู่ เป็นต้น
2.   พี่น้องชายของผู้หญิง ได้แก่ พี่น้องชายร่วมบิดามารดา พี่น้องชายร่วมบิดา
3.   บุตรชายของ (2)
4.   พี่น้องชายของบิดาผู้หญิง ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาของบิดาผู้หญิง พี่น้องชายร่วมบิดาของบิดาผู้หญิง
5.   บุตรชายของ (4)
6.   อื่น ๆ


ประเภทของวลีคอศ
วลีคอศแบ่งออกเป็นวลีอักร็อบและวลีอับอัด
วลีอักร็อบ คือวลีที่มีความใกล้ชิดกับผู้หญิงมากกว่า
ส่วนวลีอับอัด คือวลีที่มีลำดับความใกล้ชิดถัดจากวลีอักร็อบ เช่น ผู้หญิงมีบิดาและปู่ บิดาคือวลีอักร็อบ ส่วนปู่คือวลีอับอัด, ผู้หญิงมีปู่และพี่ชาย ปู่คือวลีอักร็อบ ส่วนพี่ชายคือวลีอับอัด


วลีอาม
คือ วลีที่อยู่ในตำแหน่งทางการปกครองของสังคมหรือประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็น
1. วลีฮากิม
ก.   ประมุขของประเทศ ผู้รักษาการแทน ผู้อยู่ในตำแหน่งรองจากบุคคลเหล่านั้น
ข.   ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากบุคคล (ก) เช่นดะโต๊ะยุติธรรมหรือกอฎี

2.   วลีอามอื่นที่นอกเหนือจากวลีฮากิม

วลีตะห์กีม
คือ วลีในกรณีที่หญิงไม่มีวลีคอศและวลีอาม หญิงนั้นและชายที่หญิงนั้นจะสมรสด้วยสามารถร่วมกันตั้งบุคคลหนึ่งที่เป็นการเฉพาะเจาะจงและเป็นที่รู้จักของผู้ตั้งให้เป็นวลีเฉพาะกิจของหญิงนั้น

การย้ายจากวลีคอศเป็นวลีอาม
การทำการสมรสให้หญิงเป็นสิทธิของวลีคอศเท่านั้น เว้นแต่บางกรณีที่วลีอามมีสิทธิ์ในการทำการสมรส ดังนี้
1.   กรณีหญิงนั้นไม่มีสติปัญญาเยี่ยงวิญญูชนในบางกรณี
2.   วลีอักร็อบขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงไม่ยอมทำการสมรส (อาฎิล) โดยที่
-   ชายนั้นคู่ควรกับหญิง
-   ผู้หญิงมีสติปัญญาเยี่ยงวิญญูชนและบรรลุศาสนภาวะ
-   ผู้หญิงได้ร้องขอต่อวลีแล้ว แต่ยังไม่ถึง 3 ครั้ง
3.   วลีอยู่ไกลจากสถานทีสมรสเกิน 96 กิโล และไม่สามารถติดต่อได้
ศึกษารายละเอียดได้ที่ http://indahmind.com/forum/index.php/topic,1344.0.html
4.   ไม่มีวลีคอศหรือวลีคอศไม่มีความสามารถ
4.1   วลีอักร็อบอยู่ในสภาพอิหรอม
4.2   วลีอักร็อบเป็นบุคคลเดียวกันที่จะแต่งกับหญิงนั้น และไม่มีวลีคอศอื่น
4.3   วลีถูกกักขังจนไม่สามารถทำการสมรสหรือตั้งตัวแทน
4.4   วลีอักร็อบสูญหายและยังไม่มีคำสั่งศาลว่าเสียชีวิตแล้ว
4.5   วลีไม่มีสติสัมปชัญญะในช่วงเวลาที่จะทำการสมรส ซึ่งเป็นมาแล้วไม่เกิน 3 วัน


 3 
 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2019, 19:27:23 
เริ่มโดย kindness - กระทู้ล่าสุด โดย Ābir
ยกเว้นอัลกุรอาน ที่จะไม่เขียนแยกเป็นอัล-กุรอาน

 4 
 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2019, 07:10:27 
เริ่มโดย kindness - กระทู้ล่าสุด โดย ด้วยความจริงใจ
al-Quran อัล-กุรอ่าน  al-azhar อัล-อัซฮาร์ al- islam อัล-อิสลาม Al-bukhari อัล-บุคอรี ash-Shaabi อัช-ชะอฺบีย์   Jamaah ญะมาอะฮ์ al-Qa-idah อัล-กออีดะฮ์
เรามักเทียบกับภาษาอังกฤษ เครื่องหมายยัติภังค์ (-) นิยมใช้กับภาษาอังกฤษ ภาษาไทยใช้เป็นตัวแบ่งพยางค์ในการอ่านคำ หรือใช้งานอื่นๆ ที่เรารู้กัน
แต่ในการแปลจากอาหรับ เราไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องหมายยัติภังค์ (-) เหมือนภาษาอังกฤษ ซึ่งเขาอาจจะใส่เครื่องหมาย ด้วยเหตุผลไม่ให้คนอ่านชื่อผิด
 al-azhar อัล-อัซฮาร์  al- islam อัล-อิสลาม ....กลัวว่า จะอ่าน เป็น อาลาซัร  อาลิสลาม

..
ในภาษาไทยไม่จำเป็นต้องใช้ เครื่องหมายยัติภังค์ (-) เพราะไม่สับสนในการอ่านเลย
และชื่อเหล่านี้ รากคำจากภาษาอาหรับ
จึงสามารถเขียนติดกันเลย     อัลกุรอ่าน  อัลอัซฮาร์  อัลอิสลาม  อัลบุคอรี  อัชชะอฺบีย์   ญะมาอะฮ์  อัลกออีดะฮ์

จึงใคร่ขอให้นักเขียน ทั้งหลายแก้ไขด้วยประการทั้งปวง


ส่วนตัวผมชอบให้ใส่นะ เพราะเป็นการแยก อลิฟ ลาม กับคำหลัก

โดยปกติ การใช้ อัล- จะใช้กับชื่อ หรือ พวกที่จำเป็นต้องทับศัพท์เวลาเขียนอ้างอิง ซึ่งดูแล้ว แนวการเขียนแบบภาษาอังกฤษจะดูดีกว่า

 5 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2019, 16:47:35 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
 

 6 
 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 01:11:17 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย Ābir
ตอนที่ 2

| สถานะของหนังสืออัฎ-ฎุอะฟาอ์ของอัล-อุก็อยลียฺ |

หนังสืออัฎ-ฎุอะฟาอ์ของอัล-อุก็อยลียฺถือเป็นแหล่งอ้างอิงที่สำคัญเล่มหนึ่งในการวิพากษ์นักรายงานหะดีษ ดังจะเห็นได้จากนักวิชาการตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบันต่างยอมรับและอ้างคำพูดของอัล-อุก็อยลียฺที่มีระบุในหนังสืออัฎ-ฎุอะฟาอ์

◉ อัซ-ซะฮะบียฺพูดถึงหนังสืออัฎ-ฎุอะฟาอ์ว่า

وله مصنف مفيد في معرفة الضعفاء

“และเขามีงานประพันธ์ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการรู้สถานะของนักรายงานที่เฎาะอีฟ”
[มีซาน อัล-อิอฺติดาล, 1/2]

◉ อิบนุนาศิริดดีนกล่าวว่า

له مصنفات خطيرة، منها كتابه الضعفاء الكبير

“เขามีงานประพันธ์ที่สุดยอด ส่วนหนึ่งคือหนังสืออัฎ-ฎุอะฟาอ์ อัล-กะบีร”
[อัล-อะอฺลาม, 6/319]

◉ อัศ-เศาะฟะดียฺกล่าวว่า

لَهُ مُصَنف جليل فِي الضُّعَفَاء

“เขามีงานประพันธ์ที่สูงค่าเกี่ยวกับนักรายงานที่เฎาะอีฟ”
[อัล-วาฟีย์ บิ อัล-วะฟะยาต, 4/204]

 7 
 เมื่อ: สิงหาคม 21, 2019, 14:40:02 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย Ābir
ตอนที่ 1

| คำสรรเสริญของนักวิชาการต่ออัล-อุก็อยลีย (เสียชีวิตปีฮ.ศ.322) |

◉ มัสละมะฮฺ บิน อัล-กอสิม ผู้เป็นศิษย์ของอัล-อุก็อยลียฺได้พูดถึงอาจารย์ของเขาว่า
“อัล-อุก็อยลียฺมีสถานะที่สูงส่ง ฉันไม่เคยเห็นใครเสมือนท่าน”

“ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีความจำเป็นเลิศ”

“เป็นผู้ที่ไว้ใจได้ มีสถานะที่สูงส่ง มีความรู้ในเรื่องหะดีษ และมีความจำสุดยอด”

[ตัซกิเราะฮฺ อัล-หุฟฟาซ, 3/37]

◉ ชัยคุลอิสลามอิบนนุตัยมียะฮฺ (เสียชีวิตปีฮ.ศ.722) ได้อ้างการตัดสินหะดีษของอัล-อุก็อยลียฺหลายต่อหลายที่ในหนังสือมัจญ์มูอฺ อัล-ฟะตาวาของท่าน และได้กล่าวถึงท่านว่าเป็นผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญในศาสตร์หะดีษ

◉ อัซ-ซะฮะบียฺ (เสียชีวิตปีฮ.ศ.748) ได้ประพันธ์หนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ “ซิกรฺ มัน ยุอฺตะมัด เกาลุฮุ ฟิ อัล-ญัรหฺ วะ อัตตะอฺดีล” เป็นหนังสือระบุชื่อนักปราชญ์ที่เป็นที่ยอมรับในการวิพากษ์นักรายงานหะดีษ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีชื่อ “อบูญะอฺฟัรฺ มุหัมมัด บิน อัมรฺ อัล-กุก็อยลียฺ” ผู้แต่งหนังสืออัฎ-ฎอะฟาอ์ (หน้า 205) ร่วมอยู่ด้วย

◉ เช่นเดียวกับอัส-สะเคาะวียฺ (เสียชีวิตปีฮ.ศ.902) ได้ประพันธ์หนังสือ “อัล-มุตะกัลลิมูน ฟี อัร-ริญาล” ซึ่งเป็นหนังสือที่ระบุนักปราชญ์ที่วิพากษ์นักรายงานหะดีษ และท่านก็ได้บรรจุชื่ออัล-อุก็อยลียฺไว้ในหนังสือ (หน้า 111) นั้นด้วย

◉ อัส-สุยูฏียฺ (เสียชีวิตปีฮ.ศ.911) ได้กล่าวถึงท่านว่า “มีสถานะที่สูงส่ง ประพันธ์ตำรามากมาย มีความจำเป็นเลิศ มีความรู้ในศาสตร์หะดีษ และเป็นผู้ที่ไว้ใจได้” [เฏาะบะกอต อัล-หุฟฟาซ, หน้า 348]

อัล-อุก็อยลียฺถือได้ว่าเป็นนักวิชาการรุ่นเก่าที่ได้ประพันธ์หนังสือวิพากษ์นักรายงานหะดีษ เพราะท่านเสียชีวิตปีฮ.ศ. 322 ฉะนั้น นักวิชาการหะดีษรุ่นหลังจากท่าน จึงมักอ้างคำพูดของท่านในการวิพากษ์หะดีษและนักรายงาน เพราะท่านเป็นปราชญ์ที่ได้รับการยอมรับในศาสตร์นี้ นักวิชาการที่มักอ้างคำพูดของท่าน เช่น อิบนุหัซมฺ, อิบนุอับดิลบัร, อัล-เคาะฏีบ อัล-บัฆดาดีย์, อิบนุอะสากิร, อับดุลหัก อัล-อิชบีลียฺ, อิบนุลเญาซียฺ, อิบนุลก็อฏฏอน อัล-ฟาสียฺ, อัล-มิซซียฺ, อิบนุตัยมียะฮฺ, อัซ-ซัยละอียฺ, อัล-อิรอกียฺ, อัซ-ซะฮะบียฺ, อัล-ฮัยษะมียฺ, อิบนุหะญัรฺ ฯลฯ

 8 
 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2019, 20:43:03 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย Ābir
1.   การกำหนดวันสำคัญทางศาสนาให้ยึดการเห็นจันทร์เสี้ยวด้วยตาหรืออาจใช้อุปกรณ์ในการส่อง เพราะท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กำหนดให้ดูจันทร์เสี้ยว นั่นคือให้ยึดการเห็นไม่ใช่การมีของดวงจันทร์

2.   การยึดการคำนวณเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูจันทร์เสี้ยว นักวิชาการหลายท่านระบุว่า  ไม่อนุญาตตามมติของปวงปราชญ์ (อิจญ์มาอฺ)

3.   การกำหนดเวลาละหมาดกับการกำหนดวันสำคัญทางศาสนามีความแตกต่างกัน กล่าวคือ การกำหนดเวลาละหมาด ศาสนาในพิจารณาสัญญาณต่าง ๆ เช่น เมื่อดวงอาทิตย์ตก, เมื่อเงาของวัตถุมีความยาวมากกว่าตัววัตถุ ฯลฯ ซึ่งสามารถใช้วิธีการคำนวณได้ ซึ่งต่างกับการกำหนดเข้าเดือนเราะมะฎอนและเดือนซุลหิจญะฮฺ ที่ศาสนาสั่งให้พิจารณาการเห็นจันทร์เสี้ยวเป็นเกณฑ์ไม่ใช่การมีของจันทร์เสี้ยว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้การคำนวณเป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินได้

4.   หากการเห็นจันทร์เสี้ยวด้วยตาเพื่อกำหนดวันสำคัญทางศาสนามีความผิดพลาด ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด การประกอบศาสนกิจถือว่าใช้ได้ตามมติเอกฉันท์ของปวงปราชญ์

5.   หากตามการคำนวณทางดาราศาสตร์ระบุว่าไม่สามารถเห็นจันทร์เสี้ยว (Not Possible)  ให้คณะกรรมการผู้รับผิดชอบมีความเข้มงวดในการสอบสวนพยานมากยิ่งขึ้น เช่น อาจกำหนดจำนวนพยานให้มากกว่าเดิม  กำหนดคุณสมบัติของพยานที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ฯลฯ

6.   หากตามข้อ 5 แล้วปรากฏว่า คำให้การของพยานมีน้ำหนัก ก็ให้เชื่อตามนั้น

7.   นักวิชาการบางท่านมีทัศนะว่า ถ้าการเห็นจันทร์เสี้ยวไม่มีทางเป็นไปได้ (Impossible) ตามการคำนวณ เช่นจันทร์เสี้ยวตกก่อนดวงอาทิตย์ ให้ยกเลิกการดูจันทร์เสี้ยวในเย็นวันนั้นและไม่รับการให้การของพยาน

 9 
 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2019, 07:38:15 
เริ่มโดย Abu Muhammad - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
https://youtu.be/NosYYG90JG4

 10 
 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2019, 21:02:00 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
แค่คำอุทานเป็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ
น่าหลัว

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.599 วินาที กับ 17 คำสั่ง