อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
มิถุนายน 18, 2021, 12:52:19 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2021, 19:19:40 
เริ่มโดย Abu Muhammad - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
عَنْ ابْنِ عُمَرَ رضي الله عنهما قَالَ: قَامَ رَسُولَ اللهِ صلى الله عليه وسلم خَطِيبًا عَلَى الْمِنْبَرِ، فَأَشَارَ بِيَدِهِ إِلَى الْعِرَاقَ (وفي رواية: يُشِيرُ بِيَدِهِ نَحْوَ الْمَشْرِقِ) (وفي رواية: فَأَشَارَ نَحْوَ مَسْكَنِ عَائِشَةَ)، فَقَالَ: رَأسُ الْكُفْرِ مِنْ هَهُنَا (وفي رواية: إِنَّ الْفِتْنَةَ هَهُنَا , إِنَّ الْفِتْنَةَ هَهُنَا، ثلاثا) (وفي رواية: إِنَّ الْفِتْنَةَ تَجِيءُ مِنْ هَاهُنَا) (وفي رواية: هَا هُنَا أَرْضُ الْفِتَنِ) مِنْ حَيْثُ يَطْلُعُ قَرْنُ الشَّيْطَانِ (وفي رواية: قَرْنَا الشَّيْطَانِ)

ท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ขึ้นอ่านคุตบะฮฺบนมินบัร แล้วท่านก็ชี้ด้วยมือของท่านไปยังอิรัก (ในอีกรายหนึ่งกล่าวว่า ท่านชี้ด้วยมือของท่านไปยังทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้น) (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า ท่านได้ชี้ไปยังบ้านของท่านหญิงอาอิชะฮฺ) แล้วท่านกล่าวว่า ผู้นำหรือหัวหน้าแห่งการปฏิเสธมาจากทางนี้ (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า แท้จริงวิกฤติอันเลวร้ายหรือการปฏิเสธอยู่ทางนี้...สามครั้ง) (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า แท้จริงวิกฤติอันเลวร้ายหรือการปฏิเสธมาจากทางนี้) ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า ทางนี้แหละที่จะเกิดวิกฤติอันเลวร้าย) ซึ่งเป็นบริเวณที่เขาชัยฏอนโผล่ออกมา (ในอีกรายงานหนึ่งกล่าวว่า บริเวณที่เขาทั้งสองของชัยฏอนโผล่ออกมา)
(หะดีษบันทึกโดย บุคอรีย์ เลขที่ 990, 2937, 3104, 6105, 4990, 6681, มุสลิม เลขที่ 2905, ติรมิซีย์ เลขที่ 2268, อะหมัด เลขที่ 5642, 6302, มะอฺมัร เลขที่ 21016, อัลฟะสะวีย์ (อัลมะอฺริฟะฮฺ วะ อัตตารีฆ) 2/748,

คำอธิบายศัพท์
-   อิรัก  العراقเป็นประเทศในตะวันออกกลาง มีอาณาเขตทางทิศเหนือจรดประเทศตุรกี ทางทิศตะวันออกจรดประเทศอิหร่าน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จรดประเทศคูเวต ทางทิศใต้จรดประเทศซาอุดีอาระเบีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดประเทศจอร์แดน และทางทิศตะวันตกจรดประเทศซีเรีย
อาณาเขตของประเทศครอบคลุมที่ราบลุ่มแม่น้ำเมโสโปเตเมีย ปลายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาซากรอส และทะเลทรายซีเรีย ส่วนตะวันออก สองแม่น้ำหลัก แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ไหลลงใต้ผ่านใจกลางประเทศและไหลลงสู่ชัฏฏุลอะร็อบ (Shatt al-Arab) ใกล้อ่าวเปอร์เซีย
ภูมิภาคระหว่างแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีสมักเรียกว่า เมโสโปเตเมีย ในแต่ละช่วงของประวัติศาสตร์อิรักเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิอัคคาเดีย ซูเมเรีย อัสซีเรีย และบาบิโลเนีย นอกจากนี้ยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิมีเดีย อะคีเมนิด เฮลเลนนิสติก พาร์เธีย แซสซานิด และโรมัน

-   มัชริก المشرق มัชริก เป็นนามสถาน (อิสิม มะกาน) แปลว่าสถานที่ดวงอาทิตย์ออก ซึ่งต่างจากคำว่า الشرق ที่แปลว่า ทิศตะวันออก ดังนั้น ถ้าเราสังเกตในแผนที่โลกเราจะพบว่า ประเทศอิรักจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมะดีนะห์ ไม่ได้อยู่ในทางทิศตะวันออก แต่เมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออกของมะดีนะห์คือ เมืองนัจด์ แต่ถามว่าชาวมะดีนะห์จะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางไหน ? คำตอบคือจะเห็นทางแคว้นอิรักก่อนเป็นอันดับแรก
ซึ่งเป็นข้อสังเกตหนึ่งที่หลายคนจะสับสนระหว่างคำว่า อัชชัรก กับ อัลมัชริก โดยแปลคำว่า อัลมัชริก เป็นทิศตะวันออก ทั้งๆที่หะดีษที่พูดถึงการเกิดฟิตนะห์ล้วนใช้สำนวน อัลมัชริก ไม่ใช่ อัชชัรกฺ ซึ่งอุละมาอ์บางท่านได้อธิบายความหมายของ المشرق ด้วยคำว่า مطلع الشمس หมายถึงสถานที่ขึ้นของดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะสำนวนที่ว่า  مِنْ حَيْثُ يَطْلُعُ قَرْنُ الشَّيْطَانِ  (บริเวณที่เขาชัยฏอนโผล่ออกมา)  ซึ่งบรรดาอุละมาอ์ที่อธิบายหะดีษล้วนให้ความหมายในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ พื่นที่ในเขตอิรักและละแวกใกล้เคียง และจากการทบทวนคำอธิบายต่างๆของอุละมาอ์ –ดังจะได้นำเสนอต่อไป- ล้วนบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า คำว่า “มัชริก” “ฟิตนะห์” “เราะสุลกุฟร์” และ “สถานที่เขาชัยฏอนโผล่ออกมา” ที่กล่าวถึงในหะดีษต่างๆ ล้วนพุ่งเป้าไปยังแคว้นอิรัก ไม่ใช่ทิศตะวันออก ที่หมายถึงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีชื่อว่านัจด์ที่อยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบียปัจจุบัน

- ผู้นำแห่งการปฏิเสธ رَأسُ الْكُفْرِ  อุละมาอ์ได้อธิบายความหมายของคำนี้ไว้หลากหลายแง่มุม ทั้งที่หมายถึงหัวหน้าหรือผู้นำของบรรดาผู้ปฏิเสธ หรือหมายถึงกลุ่มชนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ปฏิเสธ หรือหมายถึงการปฏิเสธที่หนักหน่วง หรือหมายถึงกลุ่มชนที่ไม่มีคัมภีร์ซึ่งสภาพการปฏิเสะของพวกเขาย่อมหนักหนากว่าการปฏิเสธของชาวคัมภีร์ หรือหมายหมายดัจญาล หรือหมายถึงการเกิดวิกฤติที่ยิ่งใหญ่และหนักหน่วง หรือหมายถึงชาวเมืองฟาริส (จักรวรรดิเปอร์เซีย) ซึ่ง ณ ตอนนั้น (หมายถึงในสมัยท่านนบี) เป็นกลุ่มชนที่กราบไว้และบูชาไฟเพราะเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง (Zoroaster) ที่สำคัญคือคำอธิบายต่างๆเหล่านั้นล้วนบ่งชี้ถึงสภาพที่ได้เกิดขึ้นแล้วในสมัยท่านนบีและกำลังจะเกิดในอนาคตจนกระทั่งดัจญาลได้ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าสถานดังกล่าวย่อมต้องไม่ใช่เมืองนัจด์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่มันคือพื้นที่บริเวณประเทศอิรักและละแวกใกล้เคียง
•   อิบนุอับดิลบัรร์ (ต. 463 ฮ.) กล่าวว่า “คำว่า เราะสุลกุฟร์ หมายถึงการปฏิเสธส่วนใหญ่และการปฏิเสธที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น ณ ที่นั้น เนื่องจากพวกเขาชนกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีคัมภีร์ พวกเขาคือชาวอาณาจักรเปอร์เซีย...และผู้ใดที่ไม่มีคัมภีร์เขาก็คือผู้ปฏิเสธมากยิ่งกว่าการปฏิเสธของชาวคัมภีร์...และนี่คือความหมายของคำว่า “เราะสุลกุฟร์” วัลลอฮุอะอ์ลัม (อัตตัมฮีด 18/142, อัลอิสติวการ 8/499)
•   อิบนุก็อรกูล (ต.569ฮ.) กล่าวว่า คำว่า “เราะสุลกุฟร์” หมายถึงผู้ปฏิเสธส่วนใหญ่ หรือเป็นการส่งสัญญาณถึงความหมายเฉพาะตัว เช่น ดัจญาลหรืออื่นๆที่เป็นผู้นำแห่งความหลงทาง หรือหมายถึงอิบลีส หรือเป็นการส่งสัญญาณถึงบรรดาผู้กราบไหว้และบูชาไฟ หรือหมายถึงกษัตริย์กิสรอ (คอสเรา Khosrau) แห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย เพราะเขาคือผู้นำสูงสุดของพวกเขาและเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวผู้ปฏิเสธ (มะฏอลิอ์ อัลอันวาร 3/99-100)
•   อันนะวะวีย์ (ต.ฮ.) กล่าวอธิบายความหมายของคำว่าرَأْسُ الْكُفْرِ نَحْوَ الْمَشْرِقِ   (แกนนำแห่งการปฏิเสธศรัทธาอยู่ทางฝั่งมัชริก) ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยของท่านนบี ขณะที่ท่านกล่าวคำดังกล่าวออกมา และจะเกิดขึ้น (อีกครั้ง) เมื่อดัจญาลออกมาจากฝั่งมัชริก ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของเหล่าฟิตนะห์ที่ยิ่งใหญ่... (ชัรหฺ อันนะวะวีย์ 2/34)
•   อัลอิรอกีย์ (ต. 806 ฮ.) กล่าวว่า คำว่า رَأْسُ الْكُفْرِ نَحْوَ الْمَشْرِقِ   เพราะฝั่งมัชริกเคยเป็นจักรวรรดิของเปอร์เซีย ซึ่งพวกเขาเป็นคนที่หยิ่งผยองและไม่ยึดมั่นกับชะรีอะฮ์และคัมภีร์ใดๆ และจะเกิดขึ้นอีกในวันที่ดัจญาลออกมาจากทางฝั่งมัชริก เช่นเดียวกับยะอ์ญูจและมะอ์ญูจ และมันยังเป็นแหล่งกำเนิดของบรรดาฟิตนะห์ทางศาสนาและอุตริกรรมทั้งหลาย ส่วนฟิตนะห์ทางโลกคือการฆ่าฟันละการนองเลือด (ฏ็อรหุ อัตตัษรีบ 7/235)
•   อิบนุหะญัรกล่าวอธิบายต่อตัวบทที่ว่า ประโยคดังกล่าวเป็นการให้สัญญาณถึงความรุนแรงของการปฏิเสธของชาวมะญูซีย์ (ลัทธิบูชาไฟหรือโซโรเอสเทอร์) เนื่องจากว่าจักรวรรดิเปอร์เซียและบรรดาผู้ที่ชาวอาหรับที่อยู่ภายใต้อาณัติของพวกเขาล้วนมาจากฝั่งมัชริกสำหรับชาวเมืองมะดีนะห์ พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่แข็งกระด้างที่สุด หยิ่งยะโส อวดศักดาถึงขนาดฉีกสารของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม (ฟัตหุลบารีย์ 6/352)
จากคำอธิบายต่างๆของบรรดาอุละมาอ์ (ซึ่งผู้เขียนได้ยกมาเพียงบางส่วนเท่านั้น) พบว่า ไม่มีคำอธิบายส่วนใดเลยที่ชี้เป้าไปยังสถานทีเฉพาะที่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองมะดีนะห์ที่มีชื่อว่า “นัจด์” ในประเทศซาอุดิอาระเบีย แต่ทว่า กลับมีหลักฐานต่างๆมากมายที่ชี้ชัดว่าเหตุการณ์ต่างๆที่บรรดาอุละมาอ์ได้กล่าวมาข้างต้นจะเกิดขึ้นทางฝั่งมัชริกของเมืองมะดีนะห์ นั่นคือพื้นที่ทางฝั่งประเทศอิรักและละแวกใกล้เคียง เช่นเหตุการณ์การปรากฏตัวของดัจญาล หรือยะอ์ญูด และมะอ์ญุดเป็นต้น วัลลอฮุอะอฺลัม


 2 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2021, 08:36:54 
เริ่มโดย Abu Muhammad - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
มีซุนัตก็อบลียะห์ก่อนละหมาดญุมอัตไหม?

คำถาม
เราได้ทราบจากบรรดาหะดีษเศาะฮีหฺว่ามีละหมาดซุนัตก่อนซุฮรี 4 ร็อกอัต แล้วเราจะปฏิบัติมันอย่างไรในวันศุกร์ ? เป็นที่ทราบกันว่าไม่มีละหมาดซุนัตก่อนละหมาดญุมอัต แต่สำหรับคนที่เคยปฏิบัติ(ก่อนละหมาดซุฮฺรี) เป็นประจำ หากเขาจะกระทำในวันศุกร์ด้วยจะถูกต้องหรือไม่? และหากเขาจะละหมาดก่อนตะวันคล้อยจะถูกต้องหรือไม่?

คำตอบ
ประการแรก: ไม่มีรายงานที่มั่นคง (ถูกต้อง) จากท่านนบีว่าท่านได้บัญญัติละหมาดซุนัตเราะวาติบก่อนละหมาดยุมอัต และไม่มีรายงานที่ถูกต้องจากเศาะหาบะฮฺท่านใดเลยว่าเขาได้ละหมาดซุนัตเราะวาติบก่อนละหมาดญุมอัต เฉกเช่นการละหมาดเราะวาติบของซุฮรี และอื่นๆ
และการละหมาดซุนัตเราะวาติบของซุฮฺรีในวันศุกร์ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะญุมอัตไม่ใช่ซุฮฺรี แต่ละหมาดญุมอัตและสิ่งที่เกี่ยวข้องจะมีหุกมของมันเป็นเอกเทศ (ที่แตกต่างจากละหมาดซุฮฺรี) ดังนั้นญุมอัตจึงไม่ใช่ซุฮฺรี และเทียบเคียงกับละหมาดซุฮฺรีในเรื่องดังกล่าวก็ถือว่าไม่ถูกต้อง (ดูคำตอบเพิ่มเติมในคำถามหมายเลข 114765)
ส่วนหะดีษที่รายงานจากท่านอิบนุมัสอูดว่าท่านจะละหมาดก่อนญุมอัตสี่ร็อกอัตและหลังญุมอัตสี่ร็อกอัตนั้นเป็นหะดีษเมากูฟ (สิ้นสุดที่อิบนุมัสอูด) ที่บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ด้วยวิธีตะอ์ลีก (ตัดสายรายงาน) และใช้สำนวนที่อ่อน
ผู้อธิบายหะดีษอัตติรมีซีย์ได้อ้างจากอัลหาฟิซ อิบนุหะญัรว่า ท่านอับดุลร็อซซาก และอัฏเฏาะบะรอนีย์ได้บันทึกหะดีษบทนี้ด้วยสายรายงานที่มะรฟูอ์ (ยกถึงท่านนบี) แต่ในสายรายงานมีนักรายงานที่อ่อนและขาดตอน ซึ่งหะดีษเช่นนี้ไม่สามารถนำมาอ้างเป็นหลักฐาน(ดู ฟะตาวา อัลลัจญ์นะฮ์ อัดดาอิมะฮ์ 8/261)
เชคอัลบานีย์ กล่าวว่า เป็นรายงานที่แปลกแยก (มุนกัร) ดังที่มีระบุในหนังสือ อัซซิลซิละฮฺ อัฎเฎาะอีฟะฮ์ 3/83
ประการที่สอง: สำหรับผู้ที่ไปละหมาดญุมอัตส่งเสริมให้เขาละหมาดซุนัตทั่วไปก่อนละหมาดญุมอัตเท่าที่เขาสะดวก ทันทีที่เขาเข้ามัสยิดจนกระทั่งอิม่ามออกมาเพื่ออ่านคุตบะฮฺ โดยไม่จำกัดจำนวนเฉพาะที่แน่นอน เขาจะละหมาดสอง หรือสี่ร็อกอัต หรือมากกว่านั้นเท่าที่อัลลอฮฺทรงประสงค์
อัลบุคอรีย์ (883) และมุสลิม (857) ได้บันทึกจากสัลมาน อัลฟารีซีย์ ท่านเล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ กล่าวว่า
لَا يَغْتَسِلُ رَجُلٌ يَوْمَ الْجُمُعَةِ وَيَتَطَهَّرُ مَا اسْتَطَاعَ مِنْ طُهْرٍ وَيَدَّهِنُ مِنْ دُهْنِهِ أَوْ يَمَسُّ مِنْ طِيبِ بَيْتِهِ ثُمَّ يَخْرُجُ فَلَا يُفَرِّقُ بَيْنَ اثْنَيْنِ ثُمَّ يُصَلِّي مَا كُتِبَ لَهُ ، ثُمَّ يُنْصِتُ إِذَا تَكَلَّمَ الْإِمَامُ إِلَّا غُفِرَ لَهُ مَا بَيْنَهُ وَبَيْنَ الْجُمُعَةِ الْأُخْرَى
“ไม่มีผู้ใดที่อาบน้ำชำระร่างกายและทำความสะอาดเท่าที่เขาสามารถ (เช่นตัดเล็บ ขริบหนวด ถอนขนรักแร้ และโกนขนลับ เป็นต้น) ในวันศุกร์ และทาน้ำมันลงบนเส้นผมและเครา (และหวีให้เรียบร้อย) จากน้ำมันของเขาเอง (ที่มีอยู่ที่บ้าน) หรือพรมน้ำหอมที่มีอยู่ที่บ้านของเขา แล้วออกไป (ยังมัสยิดเพื่อละหมาดญุมอัต) และเขาไม่เข้าไปยืนแซกกลางระหว่างสองคน หรือแหวกระหว่างสองคนเพื่อข้ามไปด้านหน้า  จากนั้นเขาก็ละหมาดซุนัตเท่าที่เขาจะทำได้ หลังจากนั้นเขาก็สงบนิ่ง (เพื่อตั้งใจฟัง) เมื่ออิม่ามอ่านคุตบะฮฺ นอกจากว่าเขาจะได้รับการประทานอภัยต่อบาปต่างๆที่เขาได้กระทำระหว่างวันศุกร์นั้น และวันศุกร์ที่ผ่านมา”

 3 
 เมื่อ: มกราคม 12, 2021, 21:10:36 
เริ่มโดย Abu Sofwan - กระทู้ล่าสุด โดย RAO

(12) สุญูดขอบคุณและสุญูดสัจญฺดะฮฺ

ตามแบบฉบับของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเศาะหาบะฮฺของท่านนั้น ทุกครั้งที่ได้รับความโปรดปรานอันนำมาซึ่งความยินดี หรือแคล้วคลาดจากภัยอันตราย ท่านจะสุญูดขอบคุณอัลลอฮฺ


และเมื่อท่านอ่านถึงอายะฮฺ "สัจญฺดะฮฺ” ท่านจะกล่าวตักบีรฺแล้วสุญูด บางครั้งท่านก็กล่าวในสุญูดว่า

سَجَدَ وَجْهِيَ للَّذِيْ خَلَقَهَ وَصَوَّرَهُ، وَشَقَّ سَمْعَهُ وَبَصَرَهُ، بِحَوْلِهِ وَقُوَّتِهِ

ความว่า "ใบหน้าของฉันขอก้มกราบต่อพระผู้ทรงสร้างมัน ทำให้มันมีรูปร่าง ได้ยินและได้มองเห็น ด้วยเดชานุภาพและความเกรียงไกรของพระองค์"



และไม่ปรากฏหลักฐานว่าท่านได้กล่าวตักบีรฺขณะเงยขึ้นจากสุญูดขอบคุณ และไม่มีรายงานว่าท่านได้นั่งตะชะฮุด หรือให้สลามหลังสุญูดดังกล่าวแต่อย่างใด





* ولا يثبت ذكر ولا دعاء في سجود التلاوة، وأما الوارد فيه : سجد وجهي للذي خلقه ..،، أبو داود (۲/ ٦۰). فلا يصح، فإسناده منقطع، أعله الدارقطني وغيره بذلك، ويسبح فيه كما يسبح في سائر السجود*
 
صفة صلاة النبي صلى الله عليه وسلم - عبد العزيز بن مرزوق الطريفي

 4 
 เมื่อ: มกราคม 12, 2021, 20:47:32 
เริ่มโดย Ābir - กระทู้ล่าสุด โดย RAO
 https://online.pubhtml5.com/jkre/ffzq/


 5 
 เมื่อ: มกราคม 06, 2021, 20:37:05 
เริ่มโดย ด้วยความจริงใจ - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
 

 6 
 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2020, 21:29:44 
เริ่มโดย Abuibanah - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
ดัน ...

รับอาชูรออ์



 7 
 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2020, 21:28:09 
เริ่มโดย faneen - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
ดันกระืทู้อีกครั้งเพื่อรณรงค์สุนนะฮฺถือศีลอดอาชูรออ์ ..


 

 8 
 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2020, 21:24:51 
เริ่มโดย adminbriss - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
ดันกระทู้จ้า

 9 
 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2020, 21:23:59 
เริ่มโดย adminbriss - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
อาชูรอ เดือนมุหัรร็อม 1442 ตรงกับวันที่เสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2020 ตามปฏิทิน อมมุลกุรอ หรือ 30 สิ่งหาคมตามการดูเดือนของสำนักจุฬา

 10 
 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2020, 08:11:46 
เริ่มโดย ด้วยความจริงใจ - กระทู้ล่าสุด โดย Abu Muhammad
รู้แล้วว่าไม่มีใครตอบ

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.112 วินาที กับ 17 คำสั่ง