อิกเราะอ์ฟอรั่ม - กระดานเสวนาอิกเราะอ์ออนไลน์
มกราคม 21, 2021, 03:07:37 *
อะฮฺลัน วา ซะฮฺลัน ..ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "อิกเราะอ์ฟอรั่ม" และ ขอความกรุณาอ่าน กติกาและข้อตกลงการใช้งาน ด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำการแต่งงานโดยวะลีย์สุลฏอน  (อ่าน 3253 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1042


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 27, 2008, 20:53:10 »

อัสสลามุอลัยกุม วะเราะฮฺมะตุลลอฮฺ วะบะรอกาตุฮฺ

ขออนุญาตเปิดประเด็นปัญหาการแต่งงานโดยวะลีย์ผู้ปกครอง (วะลีย์สุลฏอน)
ทั้ง ๆ ที่วะลีย์เดิม -นั่นคือ บิดา ปู่ พี่น้องชาย ฯลฯ- ของผู้หญิงมีชีวิตอยู่
แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกับผู้หญิง

เช่นนี้แล้ว อนุญาตให้ถ่ายโอนอำนาจการแต่งงานให้วะลีย์สุลฏอนเลยได้หรือไม่
อย่างไร ?

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2008, 22:04:20 »



ถ้าจะเพิ่ม กรณีที่ "ผู้หญิงเป็นมุอัลลัฟ" ด้วยเลยได้ป่าว?
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1042


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2008, 01:25:09 »

บรรดาอุละมาอฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ จากมัซฮับต่าง ๆ ต่างระบุว่าอนุญาตให้ทำการแต่งงาน
แก่ผู้หญิงที่วะลีย์ที่ใกล้ชิด (วะลีย์ อักร็อบ) ไม่อยู่

[ดู: อัล-หิดายะฮฺ ชัรหฺ อัล-บิดายะฮฺ (1/200), บิดายะฮฺ อัล-มุจญ์ตะฮิด (2/14), อัล-มัจญ์มูอฺ (16/162),
อัล-มุฆนีย์ (7/369)]

และอำนาจการทำการแต่งงานจะตกแก่ใครหลังจากวะลีย์ที่ใกล้ชิดกว่าไม่อยู่นั้น บรรดาอุละมาอฺ
มีทัศนะที่แตกต่างกันออกเป็นสองทัศนะดังนี้
1. วะลีย์ที่ใกล้ชิดน้อยกว่าตามลำดับ
นั่นคือทัศนะของมัซฮับหนะฟีย์และหัมบะลีย์
2. วะลีย์สุลฏอน (ผู้ปกครอง)
นั่นคือทัศนะของมัซฮับมาลิกีย์และชาฟิอีย์

ส่วนที่ปฏิบัติกันในบ้านเราคือ จะมอบอำนาจให้แก่วะลีย์สุลฏอนตามทัศนะของมัซฮับอิมาม
อัช-ชาฟิอีย์  ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา  แต่ปัญหาคือประโยคที่ว่า “วะลีย์ที่ใกล้ชิดไม่อยู่”
ไม่อยู่  ณ  ที่นี้มีขอบเขตจำกัดอย่างไร?

บรรดาอุละมาอฺต่างได้ให้ข้อจำกัดของประโยค “วะลีย์ที่ใกล้ชิดไม่อยู่” ดังนี้
1.  วะลีย์ไม่อยู่หมายถึง ผู้หญิงอยู่ห่างจากวะลีย์ของนางเป็นระยะทางที่สามารถทำการ
ละหมาดย่อได้ (อัล-มัจญ์มูอฺ 16/162)
ดังนั้นเมื่อผู้หญิงอยู่ห่างจากวะลีย์ของนางเป็นระยะทางที่สามารถทำการละหมาดย่อได้ ถือว่า
“วะลีย์ของนางนั้นไม่อยู่”  ดังนั้นก็อนุญาตให้วะลีย์สุลฏอนทำการแต่งงานได้
จากความเข้าใจเช่นนี้ จึงมีมุสลิม/มุสลิมะฮฺบางคนที่อยู่ห่างจากพ่อแม่ทำการแต่งงานโดยหา
วะลีย์สุลฏอนทำการแต่งงานให้ โดยที่ทางบ้านไม่รู้เห็น

2. อยู่ห่างกันในระยะที่ไม่มียานพาหนะไปกลับระหว่างกันนอกจากปีละครั้ง (อัล-อินายะฮฺ ชัรหฺ อัล-หิดายะฮฺ 4/437)
หมายถึงเมื่อผู้หญิงอยู่ในที่ ๆ หนึ่ง ซึ่งไม่มียานพาหนะไปถึงระหว่างที่ของผู้หญิงคนนั้นและวะลีย์
ของนางนอกจากปีละครั้ง ถือว่า “วะลีย์ไม่อยู่” เพราะการเดินทางไปมาลำบาก
ดังนั้นอนุญาตให้วะลีย์อื่นทำการแต่งงานแทนวะลีย์เดิมได้

3. ระยะทางเดินทางสามวันสามคืน (เมาสูอะฮฺ อัล-ฟิกหฺ 1/76)

4. ระยะทางที่หากเดินทางไปแล้ว ต้องประสบกับความลำบากยากเข็ญ (เมาสูอะฮฺ อัล-ฟิกหฺ 2/11431)

หากพิจารณาจากข้อจำกัดของประโยค “วะลีย์ไม่อยู่” ของบรรดาอุละมาอฺ
ผู้เขียนเห็นว่าการกำหนดระยะทางต่าง ๆ นั้น บรรดาอุละมาอฺไม่ได้ต้องการที่จะจำกัดความที่ระยะทาง
แต่ต้องการที่จะจำกัดที่ “ความลำบากในการติดต่อ”
ส่วนที่กำหนดระยะทางก็เพื่อที่จะบอกว่า
ระยะทางเท่านั้นถือว่ามีความลำบากแล้ว ดังนั้นจึงกำหนดระยะทางว่าระยะทางแค่ไหนถือว่ามี
ความยากลำบากในการติดต่อ ก็ถือเอาระยะทางนั้นมาเป็นเกณฑ์

ท่านอิมามอัช-ชาฟิอีย์กล่าวว่า:
وان غاب غيبة غير منقطعة بأن يعلم أنه حى نظرت فان كان على مسافة تقصر فيها الصلاة جاز للسلطان تزويجها، لان في استئذانه مشقة فصار كالمفقود
“และหากเขา (พ่อของผู้หญิง) ไม่อยู่ โดยเป็นการไม่อยู่ที่ไม่ได้ตัดขาด  กล่าวคือรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่
เช่นนี้แล้วให้พิจารณาดู หากว่าอยู่ห่างกันในระยะทางที่สามารถทำการละหมาดย่อได้
อนุญาตให้ผู้ปกครอง(วะลีย์สุลฏอน)ทำการแต่งงานให้แก่นางได้ เพราะการขออนุญาตเขา (พ่อของผู้หญิง)
ถือว่าลำบาก ดังนั้นเขาจึงเสมือนกับผู้ที่สูญหาย”
(อัล-มัจญ์มูอฺ 16/163)

จากคำพูดของอิมามอัช-ชาฟิอีย์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าท่านได้อ้างเหตุผลของระยะทางที่สามารถ
ทำการละหมาดย่อได้ เพราะระยะทางดังกล่าวการจะขออนุญาตพ่อของฝ่ายหญิงผู้ซึ่งเป็นวะลีย์เดิมนั้นลำบาก

แต่....เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ในยุคนั้นการเดินทางหรือส่งข่าวคราวในระยะทางที่สามารถทำการละหมาดย่อได้
หรือระยะเวลาการเดินทางสามวันสามคืนอาจจะมีความยากลำบาก ดังนั้นจึงอนุญาตให้วะลีย์สุลฏอน
ทำการแต่งงานให้ได้  แต่สมัยนี้การสื่อสารรวดเร็ว การติดต่อกันใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก
ดังนั้นการทำการแต่งงานโดยวะลีย์สุลฏอนโดยไม่แจ้งข่าวคราวให้วะลีย์เดิมทราบ
(ทั้ง ๆ ที่สามารถแจ้งให้ทราบได้) กลัวเหลือเกินว่าการแต่งงานนั้นจะเป็นโมฆะ


กอปรกับการทำเช่นนั้น เป็นการทำร้ายจิตใจของผู้เป็นพ่อแม่ ผู้ซึ่งคอยเลี้ยงดูตั้งแต่แบเบาะยันโต
ผู้ซึ่งอัลลอฮฺให้ทำดีต่อทั้งสอง หลังจากที่ให้อีมานต่อพระองค์

อิสลามเป็นศาสนาที่อยู่บนหลักการรักษามัศละหะฮฺ(ผลประโยชน์) ของมนุษย์ 
และการปฏิบัติเช่นนั้นมักจะก่อผลเสียมากกว่าผลดี

ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการปฏิบัติดังกล่าวเป็นดีที่สุด

วัลลอฮุ อะอฺลัม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2008, 02:10:46 โดย A b i r » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1042


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2008, 02:09:30 »



ถ้าจะเพิ่ม กรณีที่ "ผู้หญิงเป็นมุอัลลัฟ" ด้วยเลยได้ป่าว?

หนึ่งในเงื่อนไขของผู้จะเป็นวะลีย์คือ "เป็นมุสลิม"
ดังนั้น หากไม่มีวะลีย์ที่เป็นมุสลิม อำนาจการการทำ
การแต่งงานก็จะตกแก่วะลีย์สุลฏอน

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า
 فالسلطان ولي من لا ولي له
ดังนั้น ผู้ปกครองคือวะลีย์สำหรับผู้ที่ไม่มีวะลัย์สำหรับเขา
(บันทึกโดยอะหฺมัด 24251, อบูดาวูด 2085, อิบนุมาญะฮฺ 1953
อับดุรฺร็อซซาก 10472, )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
SunShine
เป็น...
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


Ich bin nur, was Gott mir gegeben hat.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2008, 09:32:15 »


^
^

เพื่อนมุอัลลัฟเกือบทุกคน ตัวคนเดียว เพราะรับอิสลามคนเดียวโดดๆ ไม่ได้รับเพราะเหตุผลอื่น
เพราะฉะนั้น ผู้ปกครองเหรอ? ไม่มีหรอก จะมีก็เพื่อนๆมุสลิมะฮ์ด้วยกัน ที่ช่วยๆสอนเรื่องศาสนา

เกิดวันนึง เธอเจอคนดีดี จะแต่งงาน

เราก็หันซ้ายหันขวาให้ใครเป็นวลีดี
ก็มักจะเอาใครก็ได้ แถวๆนั้น ที่ผู้ใหญ่หน่อย (กว่าแค่ไม่กี่ปี) รู้จักเราบ้างนิดหน่อย
แต่ถามว่า คนที่เราขอช่วยให้เป็นวลีนั้น ถือได้ว่า เป้นผู้ปกครองมั้ย์?

ก็ขอถามว่า อะไรคือ ผู้ปกครอง?
เพราะเพื่อนๆมุอัลลัฟ เค้าก็อยู่ของเค้า เราก็ดูแลกันเองในกลุ่มมุสลิมะฮ์
หรือ ผู้ปกครอง จะใครก็ได้ มอบหมายหน้าที่ หรือ แต่งตั้งใครซักคนให้เป็นวลี จบแล้วก็จบกัน



ส่วนผู้ปกครองจริงๆ ไม่ใช่มุสลิม ที่สำคัญไม่ได้อยู่ในสังคมที่มุสลิมเยอะแยะเหมือนบ้านเรา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

If a muslim leave anything for the sake of Allah;
      InshaAllah he/she will be given something much better

ถ้ามุสลิมคนนึงยอมละทิ้งสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่ออัลลอฮ์ อินซาอัลลอฮ์ เค้าคนนั้นจะได้รับสิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่านั้น
Ābir
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1042


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2008, 09:59:56 »

เมื่อไม่มีผู้ปกครอง ดังเช่นโต๊ะกอฎีย์
ก็ให้หาผู้ที่เีราคิดว่าเป็นคนที่ดีในชุมชนมุสลิม
ทำการนิกาหฺให้

ท่านอิบนุกุดามะฮฺได้กล่าวว่า:
فإن لم يوجد للمراة ولي ولا ذو سلطان فعن احمد ما يدل على أنه يزوجها رجل عدل بإذنها
"หากผู้หญิงไม่มีวะลีย์และไม่มีผู้ปกครอง (สุลฏอน) ดังนั้นมีรายงานจากอิมาม
อะหฺมัดบ่งบอกว่า ให้ผู้ชายที่อาดิล (ที่ดี ละเว้นจากการประกอบความชั่ว)เป็น
ผู้ทำการแต่งงานให้ด้วยความยินยอมของนาง"

(อัลมุฆนีย์ 7/346)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

وَمَا عِنْدَ اللَّهِ خَيْرٌ وَأَبْقَى

"และสิ่งที่มีอยู่ ณ อัลลอฮฺนั้นดีและจีรังกว่า" [อัช-ชูรอ : 36]
kindness
ทีมงานบอร์ด
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1899



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2008, 01:24:37 »

ระยะทาง... กับอาชีพรับจ้างนิกะฮฺ
 Lips Sealed
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เอาหรือไม่ที่ฉันจะแจ้งให้พวกท่านทราบถึงสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพวก ท่านมากกว่าอัด ดัจญาล?..(นั่นคือ)ชิรกฺ คอฟียฺ(ชิรกฺ ซ่อนเร้น) คือการที่คนๆหนึ่งลุกขึ้นมาละหมาด โดยเขาทำการละหมาดเสียอย่างงดงาม อันเนื่องจากการมองดูของคนๆหนึ่ง" (เศาะฮีฮฺ อิบนุ มาญะฮฺ 3389  โดยชัยคฺ อัล อัลบานียฺ)
Abu Sofwan
Moderator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2727



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 10, 2009, 21:20:05 »


ไม่รู้เป็นเพราะ "รู้มากเกินไป" หรือเพราะ "ไม่รู้" กันแน่? ถึงได้พยายามตีความทัศนะของอุละมาอ์ได้ถึงขนาดนี้

จนลืมมองเจตนารมณ์ที่แท้จริงของบทบัญญัติศาสนาไป..

วัลลอฮุลมุสตะอาน..

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.102 วินาที กับ 22 คำสั่ง